การเมือง
สรุปดับไฟใต้มั่ว-"ทักษิณ" สั่งรื้อแผนใหม่อีกรอบเชื่อดีขึ้น
นายกฯมอบนโยบายฝ่ายความมั่นคงเชื่อหลัง 1 ต.ค.จะเกิดความเปลี่ยนแปลงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไฟเขียวข้าราชการทำงานเต็มที่ พร้อมรับผิดชอบทางการเมืองเอง เตรียมลงพื้นที่ช่วงวันที่ 5-7 เดือนนี้ "ธรรมรักษ์" เผยจะปรับกำลังให้มีผู้สั่งการเพียงคนเดียวระบุที่ผ่านมาทัพภาค 4 - กอ.สสส.จชต. - ผู้ว่าฯทำงานซ้อนกันจนมั่วไปหมด
วันนี้( 1 ต.ค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายด้านความมั่นคงให้กับผู้นำเหล่าทัพคนใหม่และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เน้นให้ประสานความคิดและประสานงานด้านยุทธวิธีให้มากขึ้น ที่ผ่านมาถือเป็นธรรมดาของการทำงานที่ย่อมจะมีข้อบกพร่องบ้าง จากนี้ไปการทำงานจะเข้มข้นขึ้นในทุกด้าน ทั้งการพัฒนา ดูแลประชาชนผู้บริสุทธิ์ การแยกแยะผู้บริสุทธิ์ออกจากผู้ก่อความไม่สงบ การสร้างความเชื่อมั่น การติดตามจับกุม และปราบปรามผู้ก่อเหตุ
"ทุกด้านจะต้องเข้มงวดทั้งหมด และจะให้มานั่งบอกเป็นรายการคงไม่เหมาะ แต่รับรองว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น ผมบอกแล้วว่ารอวันที่ 1 ตุลาคมมานาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะต้องดีขึ้น แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวคนในพื้นที่ ผมให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นข้าราชการไปดูแลกันเอง ฝ่ายการเมืองมีหน้าที่ให้นโยบายและให้การสนับสนุนข้าราชการประจำที่มีหน้าที่ในการทำงาน ผมจะรับผิดชอบปัญหาฝ่ายการเมืองเอง" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ต่อข้อถามว่าปัญหาการยิงรายวันจะหมดไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงจะไม่ดีขึ้นมาก แต่จะต้องดีขึ้นแน่นอน ส่วนที่ผู้ก่อความไม่สงบใช้อาวุธที่ร้ายแรงขึ้นนั้น ไม่ใช่การพัฒนาด้านอาวุธแต่เป็นการขโมยหรือปล้นอาวุธจากเจ้าหน้าที่ไป ซึ่งปล้นไปนานแล้วและนำไปซ่อนตามป่าตามเขา พร้อมกับย้ำว่าขอให้ความมั่นใจว่าจะดูแลรับผิดชอบด้านการเมือง และให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่
ส่วนในช่วงเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิม ออกมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องออกมาตรการอะไรเป็นพิเศษ แต่จะเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่วนตัวก็จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บ่อยขึ้น จะไปกิน ไปนอนที่นั่น ซึ่งเวลานี้กำลังพิจารณาว่าช่วงระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ วันใดจะเหมาะสม
ด้าน พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะการปรับการทำงาน ซึ่งจะปรับกำลังพล แต่จะเป็นการเปลี่ยนในระดับล่างและจะต้องพิจารณาอย่างละเอียด
"นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและให้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งของกองทัพ ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย โดยในส่วนของกองทัพปรับเปลี่ยนแล้วและนำมาเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบ" พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวพล.อ. ธรรมรักษ์ กล่าวว่า จะปรับทั้งหมด ทั้งการปฏิบัติ และการใช้กำลัง เพราะผู้ก่อความไม่สงบยกระดับมาใช้อาวุธสงคราม จึงต้องปรับใหม่ อย่างไรก็ตาม การปรับการทำงานด้านยุทธวิธีเป็นสิ่งที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง มีการผลัดเปลี่ยนกำลัง แต่ที่ผ่านมาแผนระดับล่างไม่ค่อยได้ผล จึงจะต้องปรับให้มีรายละเอียดมากขึ้น
"เริ่มปรับในส่วนกองทัพภาคที่ 4 และกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) โดยจะมีผู้สั่งการเพียงคนเดียว เวลาปรับแผนจะได้ง่าย ที่ผ่านมามี 2 กองอำนวยการซ้อนกันอยู่" พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าว
สำหรับบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดต่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ทำงานร่วมกัน เพียงแต่จะต้องบูรณาการ ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเอกภาพ มั่ว ดังนั้น จะต้องควบคุมสถานการณ์ให้ดี เมื่อปรับให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วก็จะบูรณาการแผนให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเอกภาพในการทำงาน และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
"จะต้องดำเนินการทั้งการทหารและการเมืองควบคู่กัน ในลักษณะที่คล้ายกับคำสั่งที่ 66/23 เพราะปัญหาคือชาวบ้านอยู่ตรงกลาง ผู้ก่อความไม่สงบสร้างความกลัวให้กับคนที่ไม่เข้าใจ เราจะต้องสร้างความปลอดภัยและความเข้าใจให้เกิดขึ้น" พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าว และว่าในการปฏิบัติการ กองทัพบกไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยงานหลัก เพราะจะให้ความสำคัญที่ตัวบุคคลที่มีประสบการณ์เป็นหลัก
ต่อข้อถามว่า จะปรับกำลังหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่หรือไม่ เพราะมีบางหน่วยที่ชาวบ้านไม่ต้องการให้ออกไป พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการอยู่ แต่จะเปลี่ยนฝ่ายอำนวยการก่อน เพราะต้องบูรณาการแผน และว่าคนที่เข้ากับชาวบ้านได้ก็จะยังอยู่ในพื้นที่ การสับเปลี่ยนกำลังก็จะเป็นแบบครึ่งต่อครึ่ง และหลังจากนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ด้าน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เป็นการคุยเรื่องการทำงานธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ คุยเรื่องงานของเหล่าทัพ ด้านความมั่นคง ซึ่งยังไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่เน้นย้ำนโยบายเดิม และขอให้การทำงานเข้มแข็งขึ้น ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนใหม่มาซักซ้อมทำความเข้าใจว่าให้ศึกษายุทธวิธีการทำงานอย่างบูรณาการพร้อมกันนี้ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า นายมะแซ อุเซ็ง แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุในเร็ว ๆ นี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 ตุลาคม 2548 18:48 น.