เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพภาคใต้ - South Healthy Public Process Network

คุณภาพชีวิต

อัดรัฐฯ ไม่จริงใจนโยบายดับไฟใต้ เตือนปีนี้โจรยกระดับความรุนแรง

by 1 @April,15 2008 22.49 ( IP : 222...201 ) | Tags : คุณภาพชีวิต

อัดรัฐฯ ไม่จริงใจนโยบายดับไฟใต้ เตือนปีนี้โจรยกระดับความรุนแรง

โดย ผู้จัดการรายวัน 15 เมษายน 2551 04:13 น.


      ผู้จัดการรายวัน /ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - "รัฐบาลสมัคร" ยังมัววุ่นอยู่กับการแก้ปัญหาส่วนตัวและพวกพ้อง ในขณะที่การผลักดันนโยบายแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้หลายเรื่องยังไม่มีประสิทธิภาพ นักธุรกิจจี้ต้องเร่งสร้างความมั่นคงในความปลอดภัยเพื่อความเชื่อมั่นในการลงทุน ด้าน"องค์กรครู" จวกรัฐไม่สนใจภาคใต้หวั่นเปิดเทอมครูตกเป็นเป้านิ่งอีก ด้านนักวิชาการประเมินกลุ่มก่อความไม่สงบจะยังคงปฏิบัติการทางทหารอยู่ต่อไป และจะยกระดับความรุนแรงในเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่นักสิทธิมนุษยชนระบุรัฐต้องยุติการซ้อมทรมานผู้ต้องหาโดยด่วน
      ภายหลังจากที่เกิดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช หันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาภาคใต้ มากกว่าการแก้ปัญหาให้กับตัวเองและพวกพ้อง ล่าสุดรัฐบาลได้ส่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินทางลงมารับฟังบรรยายสรุปจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นจะให้ความสำคัญต่อการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระจายผลการพัฒนาสังคมของ 3 จังหวัดคือยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาคือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย
      โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการพิเศษ เพื่อรักษาฐานการลงทุนเดิมและจูงใจการลงทุนใหม่ที่มีศักยภาพ พัฒนาสตูลเป็นพื้นที่กันชนและเฝ้าระวังการลุกลามของเหตุการณ์ไม่สงบ และเป็นพื้นที่ตัวอย่างการพัฒนาบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงสู่ฐานเศรษฐกิจและประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาสงขลาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงกับนานาชาติ และกระจายผลการพัฒนาสู่พื้นที่อื่นใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
      พร้อมกำหนดบทบาทการพัฒนาพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.สงขลา-สตูล จะเป็นศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าภายในและระหว่างประเทศ ให้ จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางยางพาราโลก ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ปัตตานี เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ศูนย์กลางอิสลามศึกษานานาชาติ จ.ยะลา เป็นศูนย์กลางการเกษตรและตลาดสินค้าเกษตร ส่วน จ.นราธิวาส จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ด้านตะวันออกของมาเลเซีย
      ทั้งนี้ มีเป้าหมายให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบได้รับการช่วยเหลือและพัฒนาให้สามารถพึ่งตนเองได้ กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบได้รับการดูแลป้องกันและมีกระบวนการพัฒนาให้ปลอดจากภาวะเสี่ยงอย่างถาวร คนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความรู้ทักษะการประกอบอาชีพ และมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ที่จะไปสู่ความเข้มแข็งของครอบครัว และชุมชน และเกิดความสมานฉันท์ของสังคม พัฒนาเศรษฐกิจให้มีฐานที่เข้มแข็ง มีความสมดุลเป็นธรรม สามารถเติบโตอย่างมั่นคงในระดับที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสการพัฒนาอาชีพรายได้ และการมีงานทำ สร้างความหวังแก่ประชาชนให้มีความมั่นใจที่จะอยู่ในพื้นที่
      แต่ภายหลังจากการประชุมและนำเสนอยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว รัฐบาลก็กลับไปสาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาเพื่อดิ้นรนให้ตัวเองพ้นจากความผิด โดยเฉพาะการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 237 และ 309 จึงทำให้หลายฝ่ายเกิดความเป็นห่วงว่าท่าทีที่ไม่จริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำให้ปัญหาไม่มีทางยุติ และไม่สามารถบรรลุยุทธศาสตร์ตามที่ตั้งไว้
      นักธุรกิจจี้ต้องเร่งสร้างความมั่นคง
      นายศิริชัย ปิติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับนโยบายเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับภาคธุรกิจ และมีการแบ่งงานให้ส่วนต่างๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อจากนี้จะเริ่มมีการผลักดันส่วนต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน
      "ข้อเสนอและข้อเรียกร้องของภาคเอกชนนั้นขณะนี้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รับรู้หมดแล้วว่ามีอะไรบ้าง รอเพียงให้มีการผลักดันให้เป็นรูปธรรม สถานการณ์ในขณะนี้นักธุรกิจ นักลงทุน ยังคงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง การก่อเหตุร้ายรายวันก็ขึ้นๆ ลงๆ การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ จึงยังไม่เกิด รัฐต้องหาวิธีกระตุ้นการลงทุนด้วยการเข้ามาร่วมทุนกับเอกชน เพราะจะให้เอกชนทำเพียงฝ่ายเดียวนั้นทำได้ยาก"
      ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี ยังกล่าวอีกว่า ภาพรวมของการแก้ปัญหานั้น ขณะนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
      "ในสายตาของนักลงทุนนั้นมองพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ายังเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสำหรับการลงทุน เพียงแต่ยังไม่ใช่ขณะนี้" นายศิริชัย กล่าว
      ครูใต้หวั่นหลังเปิดเทอมครูตายอีก
      ขณะที่นายไพรัช วิหะกะรัตน์ ประธานสมาพันธ์วิชาชีพครู 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า รัฐบาลทราบประเด็นปัญหาในพื้นที่มาตลอดเพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นคนของพรรคไทยรักไทยเดิมที่เคยแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งก็น่าจะขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่เห็นคือรัฐบาลกำลังทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
      "ชาวบ้านเขามองว่ารัฐบาลสนใจแต่แก้ปัญหาของตัวเอง เขาไม่เคยเห็นความจริงใจต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงลงมาคลุกคลีกับประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับเขา โดยเฉพาะในส่วนของครู ทุกคนต้องการขวัญและกำลังใจ ตอนนี้โรงเรียนอยู่ในช่วงปิดเทอม สถานการณ์รายวันดูเงียบผิดปกติ สิ่งที่กังวลคือเมื่อโรงเรียนเปิดเทอมครูก็จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอีกครั้ง"
      นายไพรัช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ปกครองและนักเรียนจำนวนมากย้ายออกจากพื้นที่ เพราะไม่ต้องการอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัย หากรัฐบาลยังปล่อยให้เป็นอยู่แบบนี้ภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศก็จะยิ่งเสียหาย ขณะนี้สิ่งที่ชาวบ้านต้องการเห็นคือความจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหา ต้องการความทุ่มเทของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าปัญหาจะคลี่คลายลงไปในวันใดวันหนึ่ง แต่หากยังปล่อยเลยตามเลย แล้วมัวแต่แก้ปัญหาให้ตัวเอง ปัญหาก็จะยิ่งบานปลาย
      "ตอนนี้จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว รัฐบาลบอกว่าจะทำลายคลังแสงของฝ่ายตรงข้าม แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีการขนอาวุธออกมาทำร้ายผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องแสดงว่าการแก้ปัญหาตรงส่วนนั้นยังไม่ได้ผลที่ดี ประเมินสถานการณ์ต่อจากนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ลดความรุนแรงลง อาจลดลงในบางช่วง แต่ก็อาจจะรุนแรงขึ้นมาอีกเมื่อใดก็ได้" นายไพรัช กล่าว และว่า
      ขณะนี้ข้าราชการในพื้นที่เองก็มีความอึดอัดต่อท่าทีของรัฐบาล รัฐบาลน่าจะฉวยโอกาสที่ประชาชนตั้งความหวังเข้ามาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะมีผลมากต่อความรู้สึกของประชาชน
      ประเมินไฟใต้ปี 51 แนวโน้มเพิ่มขึ้น
      ขณะที่นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้นำเสนอบทวิเคราะห์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านเว็บไซต์ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ โดยเสนอประเด็นยุทธวิธีเฉพาะหน้าที่รัฐบาลต้องรีบทำทันที
      ประการแรก คือ การเร่งสร้างความเป็นเอกภาพ ด้านอุดมการณ์ยุทธศาสตร์ และนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
      ประการที่สอง ต้องเร่งรัดคดีที่ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ปรากฏผลโดยเร็ว และเมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ก็ควรประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับรู้อย่างกว้างขวาง กรณีที่จำเป็นต้องเยียวยา ก็ต้องดำเนินการโดยทันที
      ประการที่สาม คือ การหาช่องทางจัดสรรงบประมาณแก่กลุ่มผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชนชนทุกประเภท ให้ได้เข้ามามีบทบาทร่วมในการแก้ปัญหาในชุมชนให้มากขึ้น
      ประการสุดท้าย คือ การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ให้แก่ทุกอำเภออย่างเพียงพอ เนื่องจากการขับเคลื่อนงานมวลชนสัมพันธ์ระดับอำเภอ เป็นการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับงานการเมืองระดับพื้นที่ได้ดีที่สุด
      นายประสิทธิ์ ยังได้ประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ในปี 2551 ว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2551 หากพิจารณาจากพัฒนาการของสถานการณ์ และสภาวะแวดล้อมในห้วงเวลาปัจจุบันก็อาจคาดการณ์ได้ว่า กลุ่มก่อความไม่สงบจะยังคงปฏิบัติการทางทหารอยู่ต่อไป และจะยกระดับความรุนแรงในเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยหวังผลความสูญเสียที่ใหญ่โต และกว้างขวาง สังเกตได้จากการวางระเบิดในระยะหลังมักหวังผลความเสียหายในวงกว้าง การซุ่มโจมตีก็ยกระดับเป้าหมายที่มีตำแหน่งสำคัญในราชการสูงขึ้น
      "ในทางการเมืองคาดว่ากลุ่มก่อความไม่สงบน่าจะใช้ความพยายามทำงานแนวร่วมกับองค์กรสากลเพิ่มขึ้น โดยใช้เงื่อนไขการปราบปรามและการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเงื่อนไขหลัก ประสานกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในระบบระดับต่างๆ และองค์กรพัฒนาเอกชนบางองค์กรที่ได้รับข้อมูลซึ่งไม่ชัดเจนเพียงพอทั้งทางตรงและทางอ้อม"
      หากเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับยังไม่ปฏิบัติการต่อสู้เชิงรุก ไม่ทำงานด้วยเข้มแข็ง จริงจัง ทั้งงานการเมืองและการทหารแล้ว ก็เชื่อได้ว่าเหตุรุนแรงจะยังคงมีอยู่ต่อไป และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขนาด และปริมาณความเสียหายที่ใหญ่โตมากขึ้นในห้วงปี 2551
      นักสิทธิฯ ชี้รัฐต้องยุติการซ้อมทรมาน
      ด้าน นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังถือว่าไม่มีความชัดเจน สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของความเป็นธรรมกับการแก้ปัญหา กรณีการเสียชีวิตของนายยะผา กาเซ็ง โต๊ะอิหม่าม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ระหว่างที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวน มีความพยายามจากเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายให้ญาติผู้เสียชีวิตยุติการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ในความเป็นจริงแล้วคดีนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหลังจากที่มีการฟ้องร้องต่อศาล ก็ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรมีการแทรกแซงอีก
      "เรายังมองไม่เห็นความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลมัวเอาแต่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่สนใจปัญหาภาคใต้ จริงๆ แล้วสภาผู้แทนราษฎร ควรออก พ.ร.บ.สำหรับแก้ปัญหาภาคใต้โดยเฉพาะ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาดูแลการแก้ปัญหา โดยให้ประชาชนในพื้นทีมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาด้วย"
      นางอังคณา ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีความระมัดระวังในการจับกุมคุมขังผู้ต้องต้องสงสัยมากขึ้น ซึ่งนักสิทธิมนุษยชนเองก็มองว่าเจ้าหน้าที่รัฐควรยุติการซ้อมทรมานผู้ต้องหาให้รับสารภาพ เพราะเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ

แสดงความคิดเห็น

« 3210
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง