เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพภาคใต้ - South Healthy Public Process Network

ข่าวเด่น

คำต่อคำ 'สมัคร' พูดถึงรัฐธรรมนูญ 'กินไม่ได้ ทาไม่ได้' ไม่มีเรื่องยุบพรรคไม่มีใครคิดแก้ไข

by 1 @April,20 2008 21.53 ( IP : 222...6 ) | Tags : ข่าวเด่น
photo  , 300x297 pixel , 27,539 bytes.

เว็บมติชน

คำต่อคำ 'สมัคร' พูดถึงรัฐธรรมนูญ 'กินไม่ได้ ทาไม่ได้' ไม่มีเรื่องยุบพรรคไม่มีใครคิดแก้ไข

" ยังมีคนเขียนทักท้วงอยู่ ผมค่อนข้างจะไม่ถึงกับเสียใจ แต่มันรำคาญใจ คือเวลานี้กลายเป็นว่า รัฐบาลนี้ไม่ทำอะไร จะตั้งหน้าตั้งตาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนอ่านจะมีวิจารณญาณอย่างไรไม่ทราบ แต่คนเขียนเขามีความตั้งใจเลย จะตำหนิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พูดเป็นทำนองว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเอาแต่แก้ไขรัฐธรรมนูญ งานนี้สภาเขาเป็นคนดำเนินการ ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารเองจะเอื้อเฟื้อเล็กน้อย เช่น จะนัดหัวหน้าพรรคอีก 5 พรรค มาคุยให้ลงตัวอะไรเป็นอะไรอย่างไร"

การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเหตุ อยู่ดีๆ จะคิดแก้หรือก็ไม่ใช่ คือคนเรามันประหลาดตรงนี้ว่า เมื่อไม่นานมานี้ วันที่ 19 กันยายน 2549 มีการยึดอำนาจในบ้านเมืองนี้ คนที่ยึดอำนาจเขาฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทิ้งทั้งฉบับ เขาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา 39 มาตรา ไม่มีใครว่าเลย ทนอยู่กันได้ นักวิชาการ นักอะไร คนเขียนคอลัมน์หนังสือพิมพ์ ผมจะใช้สำนวนแบบผม เดี๋ยวว่าผมอีกว่าพูดจาหยาบคาย คำที่อยากจะใช้จริงๆ คือ ตอนนั้นไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไม่มาทักไม่มาท้วง ไม่มาแสดงความคิดเห็น ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับ พอจะแก้ฉบับนี้ ก็อ้างว่าลงพระปรมาภิไธย คนที่พูดไม่คิดหรือว่า ที่ฉีกทิ้งไปก็ลงพระปรมาภิไธย ทำไมฉีกไปได้

ถามว่าถ้าสมมุติไม่มีการปฏิวัติ แล้วจะมีคนคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญไหม มันมีคนคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ทำให้รัฐบาลแข็งแรงเกินไป รัฐธรรมนูญนั้นเขียนเอาไว้รัฐบาลไม่แข็งแรง เขาจึงได้คิดอ่านกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ถัดมาอีก 6 ปี จึงได้ตกลงกันเรียบร้อย ก็ตกลงตั้งเรียกว่า ส.ส.ร.ที่ร่างกันมา แล้วมีธงเขียวธงเหลือง และให้รับไปๆ มาพอใช้ได้ ผมไม่พอใจ แต่เขาบอกพอใช้ได้ดี ก็เอาตามใจ ก็ได้รัฐธรรมนูญปี 2540 ตอนนั้นเลือกตั้ง 500 ที่นั่ง รัฐบาลได้ 377 ฝ่ายค้านได้ 123 ขาดไป 2 ที่นั่ง 2 นั่ง อภิปรายรัฐมนตรีไม่ได้ ถ้าฝ่ายค้านวันนั้นได้สัก 130 เสียง ก็ไม่มีเรื่อง ถ้าประชาธิปัตย์มี 201 เสียง ไทยรักไทยมี 299 เสียง ก็ไม่มีปฏิวัติ

" แต่ผมบอกว่า ถ้าไม่มีนายกฯ ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งพรรคการเมือง รัฐธรรมนูญ 2540 ก็ยังใช้อยู่ ประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมากก็บริหารไป ก็บริหารแบบประชาธิปัตย์ ใครจะขึ้นมาใหม่ก็เป็นอย่างนั้น ยาจกทั้งนั้นนี่ ขึ้นมานักการเมืองต้องเป็นยาจกทั้งนั้น มีอันจะกินก็ไม่ มีอันจะกินต้องเป็นบางคนอยู่ในพรรค แต่ไม่ได้เป็นหัวหน้า หัวหน้าต้องยาจก อย่างนี้ นี่หัวหน้าเศรษฐี ก็มีเหตุสิ หัวหน้าเศรษฐีก็อาจจะคิดแบบเศรษฐี อาจจะทำอะไรต่างๆ บริหารมา 4 ปีเรียบร้อยดี นโยบายต่างๆก็เป็นไปได้ พอขึ้นรอบสองก็ได้มาอีกรอบ 1 ปีเท่านั้น ก็เกิดเรื่อง ก็ดึงกระชากกันลง เพราะว่าที่มานั่งคุยทุกๆวันเสาร์ ไม่คุยแบบผมคุยขาเย้วๆ ก็ด่าทอว่ากล่าว ผลัวะเดียวเท่านั้น "

ประชาธิปไตยด่าอยู่ข้างเดียวได้อย่างไร คนบางคนห้ามอย่าไปพูดว่าหนังสือพิมพ์ แล้วหนังสือพิมพ์เขียนทุกวัน ด่าว่าทุกวัน ทุกวันนี้ก็ยังเขียนอยู่ ยังกระทบกระแทกแดกดันอยู่ ผมก็พยายามอยากเป็นคนดีกับเขา เป็นคนดีต้องไม่ตอแยหนังสือพิมพ์ ปล่อยหนังสือพิมพ์ด่าข้างเดียว โขกข้างเดียว แล้วเป็นอย่างไร นายกฯทักษิณเป็นอย่างไร ผลัวะเดียวเด็ดทิ้งเลย เพราะไม่ชี้แจงไม่โต้แย้งหักล้าง ด่าเอาๆ ด่าอยู่ 7 เดือน แล้วเขาทำถูกต้อง คนที่ด่าเขา 7 เดือนทำอย่างไร มาขอโทษขอโพยเขาไหม ไม่ ดีเกินไปเก่งเกินไป แล้วก็เลยปฏิวัติ เพราะเขากลัวว่าจะอยู่ตลอด ยึดอำนาจ 20 ปี คนโน้นชอบพูด คนนี้ชอบเชียร์ มีคนที่คิดตื้นๆ ไปๆ มาๆ ก็ยึดอำนาจ แล้วเป็นอย่างไร ผมไม่ได้มามุสา มดเท็จ ไปนั่งอ่านในหอสมุดได้ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ใส่โน่นใส่นี่ ทั้งหมดที่ร่างมา เอาตัวนายกฯคนเก่าเป็นความเกลียดชัง จับใส่ไป ตอนออกกฎหมายลูกยังพูดเลย บอกเลยจะต้องทำอย่างนั้น ทำตรงนี้ ไอ้นอมินีระวังให้ดี จะดูจะเขียนกฎหมายทำมาทีหลังทั้งนั้น

หนังสือพิมพ์บอกชอบพูดเรื่องส่วนตัว ก็มันเกี่ยวพัน เดือนเมษายนผมโดนคดีคดีหมิ่นประมาทไปกล่าวหาว่า เขาทำอย่างนั้นแล้วได้รถยนต์ไปคันหนึ่ง เท่านั้นแหละก็โดนติดตาราง ตั้งไป 4 กระทง กระทงละ 6 เดือนก็ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ถ้าเป็นแต่ก่อนนี้รัฐธรรมนูญเก่า ก็รอจนกระทั่งถึงศาลฎีกาตัดสิน รัฐธรรมนูญใหม่เติมเข้ามาทำไม ถ้าหากว่ากำลังดำรงตำแหน่งแล้วถูกตัดสิน โดนเลย อย่างผมนี้ถ้าคราวหน้า พอศาลอุทธรณ์ตัดสินผลัวะะลงมา ถ้าศาลอุทธรณ์ยืนว่าผมต้องไม่รอลงอาญา เท่านั้นละ ผมก็พ้นจากตำแหน่ง

พูดให้ฟังให้ชัดๆ ตรงนี้เลยว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วไม่ได้ช่วยเรื่องยุบพรรค ไม่ได้ช่วยเรื่องมาตรา 309 เลย เพราะจะต้องไปตีความอีกว่า เอามาใช้ย้อนหลังได้หรือไม่ ต้องถือว่าไม่ได้ตอนนี้ เรื่องนี้ผมพูดตั้งแต่แรกว่า 3 เดือนสุดท้าย จะค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ถ้าไม่มีเรื่องอย่างนี้ ถ้าบรรดาคนที่ดูอะไรต่าง ๆ เขาพอสมควรแก่เหตุ ตรงนั้นผลัวะๆ ไม่มีเรื่องยุบพรรคออกมา ก็ไม่มีใครต้องยึดมาแก้ เขาคิดกันเรื่องนี้ ก็เลยคิดกันว่าเพราะรัฐบาลนี้จะอยู่ไม่ได้ยืด เพราะจะต้องถูกยุบพรรคลงไป โอกาสจะต้องคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงต้องคิดว่าต้องทำ เพราะมี 316 เสียง โดนเข้าไป 3 พรรค 316 ก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันมีเหตุ ก็ลองถ้าไม่มาแตะต้องเรื่องยุบพรรค ก็นั่งใช้กันไปเถอะ อีก 3 เดือนค่อยแก้ แก้แล้วก็เลือกตั้งกันใหม่

ผมพูดไม่เห็นเสียหายตรงไหน พูดความตรงไปตรงมา ก็มีเหตุไหมที่ทำให้ต้องคิด เพราะมีเหตุว่าจะต้องยุบพรรค เมื่อยุบพรรคแล้วเขาก็คิดกัน เขาไม่ได้คิดถึงตัวเองหรอก เขาคิดถึงยุบพรรคแล้วก็ต้องยุบสภา อยู่ไม่ได้หรอกก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ตรงนี้เรามี 316 เสียง บวกกับวุฒิสมาชิกที่เห็นดีเห็นงามด้วย ก็แก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ได้แน่ ก็จะต้องแก้เสีย ผมไม่ชอบไปพูดเรื่องมาตรา 237 ที่พูดกันนั้น ว่าเพื่อตัวเอง ใจผมจะบอกว่ามาตรา 237 ต้องแก้เพื่อคนวันข้างหน้า จะไม่ถูกยุบพรรคสุ่มสี่สุ่มห้า ทำผิดเป็นส่วนบุคคล ก็วรรคสองไม่มี รัฐธรรมนูญ 2540 ใส่ลงมา เพื่อต้องการจะฆ่าพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ เอาให้ตาย เอาให้ตายต้องอย่างไร ก็ต้องเล่นงานคนที่เป็นกรรมการ

เรื่องนี้ผมบอกเลย ผมหวังพึ่งศาลฎีกาขึ้นไปบนนั้นถูกต้องแล้ว กกต.ท่านพิจารณาปั๊บ อย่างสองพรรคนั้นโดนผลัวะไปเลย แต่ครั้งนี้ขึ้นไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ศาลฎีกาจะดู ต่อไปนี้จะตรวจสอบหมด จะสอบในรายละเอียดทั้งหมด เรื่องเป็นอย่างไรจะได้เห็นเลย มีพยาน 10 คน 9 คนเขาบอกเขาถูกหลอกมา คนเดียวที่ไปเก็บกักไว้นี้ให้การ ทางนี้ก็เชื่อคนเดียว อีก 9 คนไม่เชื่อ ไม่ฟัง ไม่รับคำให้การ ได้อย่างไร นี่โชคดีว่าได้ขึ้นศาลฎีกาฯแล้วพิจารณากันในศาลเลย นำสืบได้หมด ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง 6 เดือนใครทำอะไร ใครย้ายใครไปดักหน้าอย่างไร แล้วจะต้องต้อนคนนี้ให้เข้ากรงได้อย่างไร เขียนกฎหมายเปิดช่องไว้เลย เขียนรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ แล้วไปต้อน ทั้งขวากทั้งหนาม ทางนี้ต้อนเอาเข้ามาเลย

ความหวังของผมอยู่ที่ศาลฎีกาฯ ถ้าศาลฎีกาฯพิจารณาเห็นอย่างนั้น รัฐบาลชุดนี้ก็จะบริหารงานต่อไป แต่ถ้าท่านเกิดเห็นเหมือนกับข้างล่างก็ยกไป นี่คือทำไมถึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเวลาตรงนี้แก้เสียให้เสร็จ แก้แล้วเสร็จจะไปก็สุดแท้แต่ หมดเรียบร้อยยุบพรรค 3 พรรคไป ก็เลือกตั้งกันใหม่ คนที่มาใหม่ จะได้ไม่ต้องมาเจอรัฐธรรมนูญที่ใช้ไม่ได้อย่างนี้

มีน่าเกลียดกว่านี้อีก แต่ไม่ผ่าน 400 คน แก้เป็น 320 คน ให้น้อยลง เพราะว่าภูมิภาคนิยมเขามีอยู่ ยึดตรงนั้นได้ เขาก็ต้องยืนยันว่าถ้าเขาแก้สำเร็จ ทางใต้ก็โอเค 54 เขตเลือกตั้งเหมือนเดิม ที่ลดไปอีก 80 เขต ก็มาลดแถวๆ ภาคอื่น เดี๋ยวนี้มี 480 คน ไม่ใช่ 500 คน ทำ 80 คนไว้เพื่อจะให้มาเข้ากับ 320 ที่จะลดจำนวนลงมา เห็นชัดๆ เรื่องอย่างนี้ แบ่งเขตแล้วทางใต้จะได้กวาดหมด ทำเพื่อเหตุ ก็ต้องแก้ที่เกี้ยเซี้ย มีคนได้ประโยชน์ มีคนเสียประโยชน์

คนที่พูดจาถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ชัดเจนที่สุด ชื่อวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พรรคชาติไทย คุณวีระศักดิ์เขาอ่านรัฐธรรมนูญตลอดหมด บอกรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกับรถยนต์ที่ยางบวม ออกวิ่งได้แต่ไปไม่ไกล ต้องเปลี่ยนยาง เกจ์หน้าปัดมัว หลายมาตราเขียนไว้ ตีความอย่างโน้นตีความอย่างนี้ อ่านไม่เห็นเลยว่าอะไรเป็นอะไร วิ่งเร็วเท่าไร แชสซีส์เขย่ง แชสซีส์รถจะยาวจะสั้น แต่ซ้ายขวาต้องเท่ากัน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ข้างนี้ 76 คน มาจากเลือกตั้ง อีกข้างแต่งตั้งมา 74 คน ถัดไปไม่มีฟิวส์บ๊อกซ์ รถยนต์ทั้งหมดเดินด้วยสายไฟ ถ้ามีผิดปกติที่ฟิวส์บ๊อกซ์ขึ้นมา ฟิวส์ตรงนั้นขาดจะรู้ว่าตัวไหนเสียก็จะตามไปไล่ เขาบอกรัฐธรรมนูญ 2550 เหมือนรถยนต์ต้องเรียกว่าพิกลพิการ ยางบวมวิ่งไปได้ 50 กิโลเมตรต้องเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนก็แตก

ถ้าไปซื้อเสียงเข้ามาก็พิสูจน์ว่าพรรครู้ไหม ถ้าพรรคลงมติบอกมอบเงินไปให้กี่สิบล้านให้ไปซื้อเสียง อย่างนี้ยุบมันทั้งพรรค แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไปทำส่วนตัว ก็เฉพาะส่วนบุคคลไป รัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีวรรคสอง แต่รัฐธรรมนูญ 2550 มีวรรคสอง เพื่อจะบอกว่า ต้องการจะจับจ้องพรรคการเมืองนี้ พรรคนี้มาเกิดเป็นพรรคนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็คอยจ้องเลย ถ้าต้อนเอากรรมการเข้าไปได้คนหนึ่งก็เสร็จ คนที่ถูกต้อนนี้อยู่จังหวัดเชียงราย เขาจะได้ขึ้นให้การศาลฎีกาฯจะได้รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไรอย่างไร

ที่พูดให้ฟังทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรา 237 หรือ 309 ที่ผมบอกผมไม่อยากแก้มาตรา 309 แต่ทางพรรคอยากแก้ เพราะผมไม่ได้ไปประชุมกับเขา ผมทำงานอยู่ทำเนียบประชุมถึง 18.40 น. เขาประชุมกันตั้งแต่บ่าย แล้วมีมติแก้มาตรา 309 ผมก็พูดแบบของผม ผมตัดสินใจเร็ว แต่เมื่อเสียงข้างมาก 232 เสียง แล้วผมเสียงเดียวพูดจาดูแคลนผมอีก นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขากลับจากต่างประเทศ เขาบอกเขาก็ไม่เห็นด้วย คือคิดธรรมดา แต่เขาคิดกันว่าจะได้ประโยชน์ในการต่อสู้คดี เขาคิดไป แต่พอพูดปั๊บโดนด่าทันที ผมต้องพูดอย่างนี้เพื่อจะบอกว่าผมไม่ต้องการมาตรา 237 และ 309 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะสู้คดีก็สู้กันไป คดีความผมก็มีในนั้น ผมก็สู้ของผมไป

ข้อสำคัญที่สุดคือว่า พรรคทั้ง 3 พรรคต้องโดนยุบ ต้องคิดอย่างนั้น แก้มาสำเร็จเรียบร้อยก็ไม่ได้ โดนตีความทันที ย้อนหน้าย้อนหลังไม่ได้ โดนตีความทันที ฉะนั้นไม่ได้หวังเรื่องนี้เลย แต่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ที่ทำไมถึงคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะรู้ว่ามันไปไม่ไกล มันไปไม่รอด เมื่อรู้อย่างนั้นแล้วเรามี 316 เสียง ต้องแก้เสีย เพื่อวันข้างหน้า เพื่อใครจะมาก็แล้วแต่ในวันข้างหน้า เขาจะได้ใช้รัฐธรรมนูญที่ดีพอสมควร

แสดงความคิดเห็น

« 0525
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง