ทั่วไป
เวทีชุมชน : ช่วยเด็กพะวง พ้นภัยจากความหวาน
รายงานกิจกรรมท้องถิ่น โดย...วัฒนชัย มะโนมะยา
เวทีชุมชน "ช่วยเด็กพะวง พ้นภัยจากความหวาน"
น้ำมันชุบกระทะใบเล็กพอหมาดๆ ตั้งไฟ หยอดแป้งข้าวเจ้าที่ตีด้วยไข่ลงไปหนึ่งจวัก ชั่วอึดใจแป้งกรอบนอกนุ่มในแผ่นบางๆ ร้อนๆ ก็ถูกนำมาม้วนห่อกับมะพร้าวอ่อนขูดเป็นฝอย รองด้วยใบตอง หอมกรุ่น...
เวทีชุมชน ช่วยเด็กพะวงพ้นภัยจากความหวาน ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านน้ำกระจาย เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2551 คลาคล่ำด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมนับร้อย ฝนที่ตกลงมาช่วยทำให้ "ขนมปัมจี" ของกลุ่มแม่บ้านบ้านบางดานตำบลพะวงอร่อยยิ่งขึ้น พิเศษด้วยรสชาติของกลิ่นใบเตยและดอกอัญชัน
ขนมดู(กินได้) ขนมปัมจี ข้าวเหนียวอัญชันหน้ามะพร้าว ฯลฯ ทุกอย่างไม่หวานมาก(อ่อนหวาน) และทำเองโดยกลุ่มแม่บ้านในชุมชน คือทางเลือก เป็นทางเลือกที่อิ่มอร่อย มีประโยชน์ ปลอดภัย และประหยัด ที่สำคัญ คือเกิดจากการ ร่วมแรง ร่วมใจ ของชุมชนเอง
"ถ้าขาย อันละ 2 บาท" ถามจากกลุ่มแม่บ้านที่ทำขนมปัมจี อย่างน้อยก็พอจะเปรียบเทียบได้กับขนมลูกกวาดใส่สีสังเคราะห์ห่อละห้าบาทสิบบาทที่ลูกๆซื้อกินกันทุกวัน
"แต่วันนี้ให้กินฟรีจ่ะ...เอาอีกอันสิ"
ภาพที่เห็นก็คือการมีส่วนร่วมของพี่น้องในชุมชน ความยิ้มแย้มแจ่มใสเกิดขึ้น สามัคคีคือพลัง
แนวคิดหลักของการจัดเวทีชุมชน ก็คือการเปิดมุมมองให้ชุมชนเห็นปัญหา
และใช้พลังชุมชนในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ( เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ถาวรให้กับชุมชน)
ชุมชนดูแลกันเอง
น่าจะเป็นสิ่งแรกและผลสำเร็จ ความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ในเวทีชุมชนทั้ง 3 ครั้ง
ครั้งแรกวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2551ที่ศูนย์พัฒนาเด็กบ้านดอนขี้เหล็ก โดยมีศูนย์ควนหินและบ่อระกำเป็นเจ้าภาพร่วม ครั้งที่ 2 วันที่ 29 มิถุนายน 2551 ที่ศูนย์เด็กในวัดบางดาน และครั้งที่ 3วันที่ 6 กรกฎาคม 2551 ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านน้ำกระจาย โดยมีศูนย์เทศบาลตำบลพะวง และศูนย์ยารียะห์ ร่วมเป็นเจ้าภาพ
การเข้าร่วมกิจกรรมของพี่น้องในชุมชนเป็นที่น่าพอใจ พี่น้องชาวพะวงไม่ว่าจะไทยพุทธ-มุสลิมต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดกิจกรรมให้ลุล่วงไปด้วยดี นั่นเป็นเพราะว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นร่วมกันก็คือการช่วยกันปกป้องภัยให้กับลูกหลาน
เวทีชุมชน ช่วยเด็กพะวง พ้นภัยจากความหวาน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ริเริ่มจากพ่อแม่ผู้ปกครอง คนในชุมชนได้ร่วมกันคิดร่วมกันทำ และที่สำคัญมีองค์กรท้องถิ่นเล็งเห็นความสำคัญให้การส่งเสริมสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเทศบาลตำบลพะวง มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 7 แห่ง ซึ่งนับได้ว่ามากที่สุดในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
นายเจือ กิ้มอั้น นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพะวง กล่าวว่า ทางเทศบาลจะพยายามผลักดันให้ตำบลพะวงมีโรงเรียนอนุบาลประจำตำบล เพื่อบริหารจัดการการดูแลเด็กปฐมวัยให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ของพี่น้องในชุมชนต่อไป
จากการที่กลุ่มครูในศูนย์พัฒนาเด็ก และผู้ปกครองเทศบาลพะวงมีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับทันตสุขภาพเด็กจากฝ่ายทันตสาธารณสุขชนบทภาคใต้ คณะทันแพทย์ มอ.หาดใหญ่ ในช่วงปี 2550 ทำให้หลายฝ่ายได้ตระหนักถึงปัญหามากขึ้น ตลอดจนได้ร่วมกิจกรรมเพื่อรณรงค์และเฝ้าระวังต่อเนื่องจนตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้
กรณีตัวอย่างเด็กในชุมชนเป็นโรคไต เบาหวาน โรคซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นกับวัยเด็กเนื่องจากกินของหวานของเค็มมาก เช่นขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตระหนักว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ไกลตัว และมีผลกระทบมากกว่าเรื่องสุขอนามัยในช่องปาก เช่นเรื่องฟันผุ เท่านั้น
ครูเจี๊ยบ นงลักษณ์ ศรีชยาภิวัฒน์ ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์ในวัดบางดาน ผู้หนึ่งที่ริเริ่มตระหนักถึงเรื่องสุขภาพและโทษภัยในการบริโภคของเด็ก ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการกล่าวว่าเด็กบางคนรักษาถึง 4 ปี เด็กบางคนรักษาไม่หาย นั่นเพราะการกินของที่ไม่มีประโยชน์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง เรามาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้เด็กพ้นภัยจากความหวานจากการกิน แต่ขณะเดียวกันสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชุมชนก็มี...
เวทีชุมชน ช่วยเด็กพะวง พ้นภัยหวาน เป็นกิจกรรมต่อเนื่องของกองการศึกษาเทศบาลตำบลพะวงภายใต้โครงการ "ร่วมแรงใส่ใจช่วยเด็กพะวงพ้นภัยจากความหวาน" จัดเป็นเวทีเสวนา พบปะพูดคุยของคนชุมชน ที่ได้ตระหนักถึงเรื่องสุขภาพจากการบริโภคของเด็ก มีครูและเด็กเป็นฐานประเมิน โดยบนเวทีแต่ละครั้งจะมีพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กที่เป็นกรณีตัวอย่างเช่นเด็กที่เป็นโรคไตรวมทั้งเด็กที่สุขภาพดีมาบอกเล่าประสบการณ์การเลี้ยงดู ร่วมด้วยครูผู้ดูแลเด็ก ตัวแทนชุมชน นักวิชาการที่มาให้ความรู้เรื่องการบริโภคและสุขอนามัย และองค์กรท้องถิ่นที่ให้การสนับสนุนและร่วมกันนำเสนอแนวทาง
ที่สำคัญเป็นการเริ่มต้นและจุดประกายสิ่งดีๆที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน
จากการพูดคุยที่ผ่านมาพบว่าการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ประกอบไปด้วย 3 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่ครูผู้ดูแลเด็ก ครอบครัวและชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นตลอดจนภาครัฐและนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง
หลักการข้างต้นสอดคล้องกับแนวคิดของ นายสมยศ ลีลานนท์ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพะวง ซึ่งเข้าร่วมรับฟังและเสวนาในทุกครั้งกล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีที่เทศบาลได้มีส่วนดูแลสุขภาพเด็กๆ ทั้งนี้เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นเป็นสำคัญ ซึ่งน่าจะประกอบด้วยครอบครัว รวมทั้งการกลับไปหาของดีๆ วิถีชุมชนในอดีต เช่นเรื่องอาหารการกิน ต่อมาคือชุมชนควรมีส่วนร่วมกันผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบ เช่นไม่ขายขนมที่ไม่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษแก่เด็ก ส่วนมาตรการทางกฎหมาย หากมีความจำเป็นก็สามารถร่วมกันผลักดันออกมาเป็นเทศบัญญัติได้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นมาตรการสุดท้าย
กรณีของน้องน้ำ และน้องไฟซอล ที่เป็นโรคไต กับน้องปุ๊บปั๊บที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง รวมทั้งน้องแองจิล่า และเรื่องราวอุทาหรณ์ต่างๆ ที่ผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน และนักวิชาการนำมาเสวนาบอกเล่าบนเวทีแต่ละครั้ง ล้วนเป็นประโยชน์และทำให้หลายคนหันมาตระหนักเรื่องอาหารการกินของเด็กมากขึ้น
คุณรุ่งอรุณ สุวรรณพฤกษ์ คุณยายของน้องปุ๊บปั๊บ บอกว่าทุกคนรักลูกรักหลาน แต่ละเลย ด้วยข้ออ้างไม่มีเวลา จริงๆแล้วอยู่ที่การจัดสรรของแต่ละคนมากกว่า การดูแลควรเริ่มแต่แรกคลอดนับตั้งแต่การให้ลูกกินนมแม่ เป็นต้น
ในมุมมองของคุณไหวรีหย๊ะ เจริญเร๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียนภักดีศึกษามูลนิธิ บอกว่าในมุมมองของอิสลาม จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับของรับประทาน ไม่เฉพาะอาหาร แต่กับทุกสิ่งที่นำเข้า สู่ร่างกาย นั่นคือการเลือกสรร ซึ่งเป็นที่มาของอาหารฮาล้าล นอกจากนี้โรงเรียนควรให้เด็กได้มีทางเลือกในการกิน เช่น ไม่ให้มีน้ำหวาน น้ำอัดลมในโรงเรียน และเพิ่มแกงเลียงในเมนูอาหารแทน
คุณขนิษฐ์ สมบัติยานุชิต หรือลุงหนิท ประธานชมรมผู้สูงอายุบ้านบางดาน กล่าวว่า ตนมองเรื่องครอบครัวเป็นสถาบันหลักในการดูแลเด็ก ถ้าดูแลดีก็จะช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆได้ โดยมีข้อเสนอแนะสั้นๆแต่น่าสนใจว่าการให้ความรักของพ่อแม่ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติ กับความรักที่ต้องศึกษาใคร่ครวญก็คือการเอาใจใส่ดูแล จะรวยจนลูกทุกคนต้องพร้อมฉลาดเหมือนกัน สิ่งนี้อยู่ที่สิ่งแวดล้อมประจำวันเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ ในเวทีแต่ละครั้งคุณพันณี ขันติกาโร นักวิชาการสาธารณสุข จากกลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลสงขลา จะมาให้ข้อมูลด้านสุขภาพ ชี้ให้เห็นพิษภัยจากสารปรุงแต่งในขนมซองสวยงาม และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ โดยมีนักวิชาการ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่นอาจารย์ชโลม เกตุจินดา คุณจุฑา สังขชาติ จากกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค กลุ่มอาจารย์คณะทันตแพทย์จากมอ.หาดใหญ่ และผู้สนใจทั่วไปร่วมสังเกตการณ์และซักถาม รวมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติม
หลังจากเวทีเสวนาสิ้นสุดลงกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองและครูพี่เลี้ยง ได้แบ่งกลุ่มย่อยแต่ละโซนพื้นที่เพื่อพูดคุยเสนอปัญหาและหาทางออกให้กับชุมชน และนำไปบอกเล่าขยายผลกับเพื่อนสมาชิกในชุมชนต่อไป.
