การเมือง
แลบ้านแลเมือง เรื่องผู้บริโภค
:: “แลบ้านแลเมือง” เรื่องผู้บริโภค สดจากสถานีวิทยุกระจายเสียง มอ.FM88MHz.
รายงานโดย : วัฒนชัย มะโนมะยา (ดีเจจำเป็น)
“ความดีร่วมเชิดชู ความรู้ร่วมเผยแพร่ ปัญหาร่วมกันแก้ แล-บ้าน-แล-เมือง”
สวัสดีครับ!
ผู้ฟังรายการทุกท่าน พบกันเป็นประจำทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลาบ่ายโมงถึงห้าโมงเย็นกับรายการ “แลบ้านแลเมือง” วันนี้ผม-มาจัดรายการแทนคุณอรุณรัตน์ แสงละออง และคุณวาทิต ทองสุข ซึ่งติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัดนะครับ
อาจเป็นเพราะแถวบ้านเราไม่ค่อยมีรายการที่รับเรื่องร้องเรียนต่างๆแล้วประสานงานช่วยเหลือได้อย่างจริงจังและรวดเร็วแบบรายการของเรามาก่อน ประกอบกับแฟนๆรายการของเราก็เป็นคนที่ให้ความสนใจเรื่องราวปัญหาของบ้านเมือง มีอะไรก็บอกกล่าวเล่าแจ้งโทรกันเข้ามายังรายการของเราตลอดเป็นที่น่าชื่นใจครับ
ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร่วมเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องในชุมชน ใครได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ได้รับความสะดวกสบายในการให้บริการของหน่วยงาน หรือเห็นอะไรที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องแฟนๆที่ฟังรายการก็ยังโทรเข้ามาได้เหมือนเดิม...
ความดีร่วมเชิดชู ความรู้ร่วมเผยแพร่ ปัญหาร่วมกันแก้ มาช่วยกันแลบ้านแลเมืองครับ
เท่าที่ผมเองก็เป็นแฟนรายการคนหนึ่ง เห็นว่ารายการนี้ดีมากครับ เราในฐานะผู้บริโภค ซึ่งได้บริโภคข่าวสารที่เป็นประโยชน์ก็ชื่นใจครับ ที่คนในสังคมบ้านเราช่วยๆกัน ก็เรื่องส่วนใหญ่ที่เราโทรๆกันเข้ามารายการก็เป็นเรื่องของการให้บริการ บ้าน รถ ที่ดิน น้ำไฟ โทรศัพท์ แจ้งเหตุ เตือนภัยอะไรต่างๆมากมายนั่นแหละครับ
เราในฐานะผู้ฟังเองก็ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ได้รับข้อมูลทั้งสองด้าน เวลาที่ใครโทรมาร้องเรียนเรื่องอะไร ก็มีหน่วยงานรับเรื่องไปดำเนินการแก้ไขให้ โทรเข้ามาชี้แจงแสดงเหตุ อย่างน้อยก็ช่วยกันติดตามผล ช่วยให้คลี่คลาย ทุเลาเบาบาง หรือหาทางออกร่วมแสดงความคิดความเห็นกัน เรียกว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกๆฝ่ายทุกๆคนได้ช่วยกันแลบ้านแลเมืองของเรา...ยังเหมือนเดิมครับ
โทรศัพท์หมายเลข 074 – 212111, 074 – 212888, 074 – 282282 (ในเวลารายการ)
074 – 212825 (นอกเวลารายการ)
074 – 212112 (โทรสารอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง) นอกจานี้เรายังเปิดให้ท่านร้องเรียนหรือเข้ารับชมรับฟังรายการได้ที่เวบไซต์สถานีวิทยุ ม.อ.FM88MHz. ได้ที่ www.psuradio88.com ด้วยครับ
เรายังเปิดสายรอทุกๆท่านโทรเข้ามาพูดคุยออกอากาศกับเราเหมือนเช่นทุกๆวัน แต่พิเศษนิดนึงครับ วันนี้เราจะมีสัมภาษณ์พิเศษ คุณบัญชร วิเชียรศรี หรือดีเจ “โอเลี้ยง เสียงหล่อ” ที่พวกเราแฟนๆรายการรู้จักกันดีครับ เพื่อมาทำความรู้จักรายการของเรากันสักเล็กน้อยนะครับ
ส่วนหนึ่งก็แฟนๆรายการเรียกร้องกันเข้ามา ว่าอยากรู้จักรายการแลบ้านแลเมืองบ้างว่าเราทำงานกันยังไง มีทีมงานดำเนินรายการเป็นใครชื่อเสียงเรียงใดกันบ้าง เราก็เลยถือในวาระโอกาสเข้าสู่ปีที่ 5 ของรายการเชิญคุณบัญชร ซึ่งก็เป็นคีย์แมนคนสำคัญของสถานีคนหนึ่งมาพูดคุยกันในวันนี้ครับ
ในโอกาสนี้เราต้องขออนุญาตแนะนำคณะทำงานรายการ ให้กับท่านผู้ฟังสักเล็กน้อยนะครับ
ผศ.พิมพา ศิลาวัชนาไนย อำนวยการผลิต
วิทิต (วาทิต) ทองสุข ควบคุมการผลิตและดำเนินรายการ
อรุณรัตน์ แสงละออง ดำเนินรายการ
ธารารัตน์ ชัยมณี ประสานงานและดำเนินรายการ
ประเสริฐ ทองศิริ ควบคุมเสียง
สมพงษ์ เพชรมาก ควบคุมเสียง
ธวัฒชัย ศรีรุจี ควบคุมเสียง
จิราพร ชูเชิด ประสานงาน
ฐิติชญาน์ อินเอก ประสานงาน
ครับ อย่างน้อยที่สุด เมื่อได้รู้จักกับเราบ้าง ท่านก็จะได้โทรเข้ารายการอย่างเป็นกันเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำงานกันอย่างไร มีบทบาทหน้าที่แค่ไหน ช่วยเหลือประสาน เป็นปากเป็นเสียง เป็นเวทีช่องทางให้แฟนๆ รวมทั้งผู้เพิ่งรับฟังรายการได้รับรู้ไปด้วยกันนะครับว่า ทุกเสียงทุกสายที่ออกอากาศไปนั้นมีผู้รับฟังและกระจายเสียงออกไปในหลายๆพื้นที่ครับ
คงไม่ต้องแนะนำตัวคุณบัญชร วิเชียรศรี หรือดีเจโอเลี้ยง เสียงหล่อ กันมากแล้วนะครับเพราะแฟนที่ฟังคลื่นรายการสถานีนี้ทุกคนก็รู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเข้าสู่บทสัมภาษณ์พูดคุยกันเลยดีกว่าครับท่านผู้ฟัง...
ทำไมสถานีวิทยุ ม.อ. ถึงทำรายการแลบ้านแลเมือง แลบ้านแลเมืองเป็นรายการที่ตั้งใจจะเปิดโอกาสให้สังคมบ้านเราได้สื่อสารกันมากขึ้น เพราะชีวิตของคนทุกวันนี้ต้องเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน อย่างย้อนไปซักห้าสิบปี คนคนนึงตั้งแต่เกิดจนตาย แค่รู้จักคนในหมู่บ้านก็จบแล้ว ชีวิตเราวนเวียนอยู่ในเฉพาะหมู่บ้านนั่นแหละ เมียคลอดก็หาหมอตำแย วัวหายก็บอกนายบ้าน ป่วยมากก็หาหมอยาหมอผี ตายลงก็หามไปวัดให้ตาหลวงสวดศพ เพราะมันใกล้ชิดกันมากและสังคมก็ยังไม่ซับซ้อน แต่ทุกวันนี้นอกจากเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตายแล้ว ยังมีเรื่องไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ท่อตัน ผ่อนรถผ่อนบ้าน ทำประกัน เอาลูกเข้าโรงเรียน ถูกหลอกเสียทรัพย์ โดนเรื่องต้องขึ้นศาล ฯลฯ สารพัดเรื่อง คนที่เราต้องรู้จักต้องสื่อสารมันมีมหาศาล ยิ่งทุกวันนี้ทุกหมู่บ้านทุกตำบลมันกลายเป็น “สังคมเมือง” กันไปหมด คือไม่ค่อยจะคุยกันแล้ว ผู้ปกครองไม่คุยกับครู ชาวบ้านไม่คุยกับวัด ขนาดคนข้างบ้านก็ไม่ยอมคุยกัน ปัญหาความกระทบกระทั่งความไม่เข้าใจมันก็เกิดขึ้นเยอะ เรื่องง่ายๆ ที่พอจะแก้กันเองได้ก็ไม่ยอมแก้ โยนให้เป็นเรื่องของกฎหมายหรืออำนาจอิทธิพลไปหมด ก็เลยอยากให้คนมีช่องทางที่จะได้สื่อสารช่วยเหลือแก้ไขปัญหาบางเรื่องที่มันเกิดขึ้นในสังคม โดยรายการเริ่มเป็นตัวกลางเชื่อมให้คุยกันก่อน แล้วจากนั้นสองฝ่ายก็จะได้เริ่มคุยกันเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไป
เริ่มมีรายการขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ปี 2546 สถานีวิทยุ ม.อ. กับ บ. เค.พี.มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตรายการส่วนหนึ่งป้อนให้ทางสถานี ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทผู้ผลิตรายการ “ร่วมด้วยช่วยกัน” จากกรุงเทพฯ ช่วยกันผลิตรายการ “ร่วมด้วยช่วยกัน จ.สงขลา” ขึ้นมา โดยอาศัยระบบการทำงานและความกว้างขวางของเครือข่ายร่วมด้วยช่วยกันกรุงเทพฯ มาเป็นฐานการทำงาน ส่วนบุคลากรหลักทั้งจัดรายการและประสานงานเราใช้คนในท้องถิ่นของเราเองดำเนินรายการไปพร้อมกับเรียนรู้ระบบไปด้วย ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดีพอสมควร อาจเพราะแถบนี้ยังไม่เคยมีรายการที่รับเรื่องร้องเรียนแล้วประสานงานได้อย่างจริงจังรวดเร็วแบบนี้มาก่อน ผสมกับที่สังคมเราพูดกันเองน้อยลงอย่างที่บอก ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ ต่อมาทางร่วมด้วยช่วยกันกรุงเทพฯ ต้องการได้เวลาในการจัดมากขึ้นประมาณว่าขอทั้งสถานีเลย ทางเราก็ไม่สามารถจัดให้อย่างนั้นได้ เพราะถึงแม้รายการจะให้ประโยชน์ต่อสังคมก็จริง แต่สถานีฯ ก็ยังมีภารกิจในการเผยแพร่ความรู้และการทำงานของมหาวิทยาลัยต่อสังคม ซึ่งก็ถือเป็นประโยชน์ที่สังคมควรได้รับจากสถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยด้วยเหมือนกัน ทางร่วมด้วยช่วยกันก็เลยออกไปตั้งคลื่นวิทยุชุมชนของตัวเอง ส่วนสถานีฯ ก็นำเอาทีมงานที่ได้รับประสบการณ์จากร่วมด้วยช่วยกัน มาผลิตเป็นรายการรับเรื่องร้องเรียนและแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด แบ่งปันช่วยเหลือกันในสังคมโดยให้ชื่อว่ารายการ “แลบ้านแลเมือง” แทนที่รายการเดิม ดำเนินการตามแนวคิด “ความดีร่วมเชิดชู ความรู้ร่วมเผยแพร่ ปัญหาร่วมกันแก้” ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอบคุณทีมงานร่วมด้วยช่วยกันที่เปิดโอกาสให้เราได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการทำงานในช่วงที่ร่วมงานกันเมื่อครั้งนั้นด้วย ทุกวันนี้แลบ้านแลเมือง ออกอากาศสดวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาบ่ายโมงจนถึงห้าโมงเย็น ไม่เว้นวันหยุดราชการ ติดต่อกับผู้ฟังทั้งทางโทรศัพท์ โทรสาร จดหมาย อีเมล ไปจนถึงเว็บบอร์ดในเว็บไซต์ของรายการ เรารับเรื่องร้องเรียนแล้วประสานงานเพื่อหาทางแก้ปัญหา รับแจ้งเบาะแสภัยสังคม ส่งเสริมให้มีการให้กำลังใจคนทำความดี ให้กำลังใจคนที่ตกอยู่ในภาวะลำบาก เป็นช่องทางปรับทุกข์พร้อมทั้งเผยแพร่ข่าวสารความรู้ความคิดที่ดีมีประโยชน์แก่สังคม ว่างๆ ก็นัดกันขอแรงไปช่วยเหลือตรงโน้นตรงนี้ตามที่จะทำได้ คนที่ฟังเราส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ อาจเพราะเป็นสังคมที่ใกล้สถานีฯ มากที่สุดและมีปัญหาแบบที่ไม่สามารถแก้เองได้เยอะ แถมยังเป็นคนที่มีความรู้เยอะเลยไม่ค่อยยอมอะไรง่ายๆ ซึ่งก็คือบุคลิกทั่วไปของคนในสังคมเมืองนั่นแหละ ส่วนรอบนอกก็มีเสนอประเด็นและขอความช่วยเหลือเข้ามาบ้าง จากพื้นที่อำเภออื่นๆ ของจังหวัดสงขลา ไปจนถึงพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง พวกนี้เป็นต้น
ประเด็นที่นำเสนอเข้ามาบ่อย ในหาดใหญ่นี่ต้องเรื่องจราจร แล้วก็เรื่องสาธารณูปโภคที่ไม่สมบูรณ์กับภัยสังคมพวกจี้ปล้น แต่ละคนก็โทรศัพท์เข้ามาแลกเปลี่ยนปรึกษากัน ตรงไหนที่ขอความร่วมมือไปยังผู้ดูแลเรื่อง นั้นๆ ได้ ก็ดำเนินการไป ติดขัดอะไรก็ย้อนกลับมาหารือกันใหม่
การร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคมีบ้างหรือไม่
มีไม่น้อยเลยทีเดียว ประเภทจดมิเตอร์น้ำ – ไฟไม่ตรงตามความเป็นจริง อย่างเดือนพฤศจิกาฯ นี้เอง เราได้รับแจ้งจากคุณหนู อ.ปากพยูน ว่าการไฟฟ้าจดมิเตอร์การใช้ไฟผิดพลาด เจ้าของบ้านเค้าแปลกใจว่าเดือนตุลา บิลมาระบุว่าใช้แค่ 14 หน่วย ซึ่งต่ำกว่าปกติ แต่พอเดือนพฤศจิกาฯ ขึ้นปรี๊ดไปเป็นสองร้อยกว่าหน่วย คิดเป็นเงินเจ็ดร้อยกว่าบาท สูงกว่าปกติเว่อร์ไปอีก เราก็แจ้งไปที่ ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ปากพยูน พบว่าเป็นความผิดของการไฟฟ้าที่จดหน่วยการใช้ไฟผิดพลาด กฟภ.ปากพยูน ก็ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดไป
เดือนพฤศจิกาอีกเหมือนกัน คุณสมหมายแจ้งมาเรื่องอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของ ทีโอที บอกว่าก่อนหน้านี้เคยใช้บริการ 2 MB. เดือนละ 1,000 บาท พอ ทีโอที เชิญชวนให้เปลี่ยนมาใช้โปรโมชั่นใหม่จ่ายเดือนละ 599 บาท บอกว่าความเร็ว 2 MB เท่าเดิม คุณสมหมายก็เปลี่ยน แต่พอเปลี่ยนแล้วรู้สึกว่ามันช้ากว่าเดิม ก็ข้องใจ อยากได้คำตอบ รายการติดต่อไปที่ ผช.กรรมการ ผจก.ใหญ่ ภาคขายและบริการภูมิภาคที่ 4 บ.ทีโอที จำกัด ชี้แจงว่าตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต และจะรับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้ให้ เรื่องตอนนี้ยังไม่จบ
อื่นๆ ก็เช่น ซื้อของแล้วมารู้ทีหลังว่าราคาไม่ยุติธรรม การหลอกลวงขายสินค้าประเภทมีจดหมายมาที่บ้านบอกว่า “คุณคือผู้โชคดี” แล้วพอไปรับของก็ถูกเล่ห์กลของกลุ่มผู้ขายล่อใจให้ซื้ออะไรซักอย่างที่เค้าอยากจะขาย พอกลับมาก็ได้สติว่าเสียเงินไปเป็นหมื่นแต่ได้ของราคาพัน – สองพันกลับมา ซื้อสินค้าที่มีของข้างในไม่ตรงตามฉลากก็มาก หลังๆ นี่มีกรณีเกี่ยวกับบัตรผ่อนสินค้า หรือสัญญาเช่าซื้อรถซื้อบ้านมากขึ้นจนสังเกตได้ชัด อันนี้ก็คงเป็นภาพสะท้อนจากวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันด้วย
แก้ปัญหาอย่างไร แต่ละกรณีก็มีปัจจัยเฉพาะแตกต่างกันไป แต่โครงสร้างรวมๆ ก็มักจะคล้ายกันคือ พอมีเรื่องที่เป็นปัญหา อย่างแรกเราต้องรู้จักคนที่ร้องเรียนก่อน เพื่อยืนยันว่าเค้ามีตัวตนจริง ติดต่อขอข้อมูลได้ ตามเรื่องต่อไปข้างหน้าได้ เพราะฉะนั้น เบอร์โทรศัพท์คือข้อมูลเบื้องต้นที่เราต้องขอไว้ เราจะติดต่อกลับตามเบอร์ที่เค้าให้มา ถ้าติดต่อกลับได้ กระบวนการแก้ปัญหาก็จะเริ่มต้น เพราะเรารู้แล้วว่าเค้ามีตัวตนอยู่จริง ถ้าจะกล่าวหากันก็หาต้นเรื่องได้ ไม่ใช่อ้างอิงเลื่อนลอย จากนั้นเราก็มาประมวลความสมเหตุสมผลของเรื่องที่ร้องเรียน อ่านให้ขาดว่าสิ่งที่เค้าร้องเรียนเป็นแค่เรื่องส่วนตัวล้วนๆ หรือเปล่า หรือเป็นเรื่องส่วนตัวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือเป็นเรื่องสาธารณะโดยตรง ถ้าเป็นสองประเด็นหลังก็ผ่าน ดำเนินการได้เลย การดำเนินการก็ต้องจำแนกเรื่องว่าปัญหาที่เกิดนั้นน่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของใคร จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการประสานให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสคุยกันทางอากาศ เพื่อให้ข้อมูลทั้งคำถามและคำตอบนั้นเป็นความรู้สำหรับคนฟังคนอื่นๆ ด้วย พอถึงขั้นตอนนี้ เราก็ต้องเข้าไปสัมพันธ์กับองค์กรทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแล้ว สมัยแรกๆ ที่ทำรายการ กว่าจะได้คำตอบแต่ละเรื่องมันแสนยากเย็น เพราะหน่วยงานโดยเฉพาะราชการของบ้านเราไม่คุ้นกับการต้องตอบคำถามประชาชน แล้วยังมีกรอบเรื่องระเบียบราชการอีกหลายเรื่อง อันนี้นายต้องตอบ เค้าตอบเองไม่ได้ ถึงแม้จะรู้ดีกว่านายเพราะทำมาเองกับมือก็ตาม ยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งเค้ามองว่าการร้องเรียนแบบนี้เป็นการใส่ร้ายทางการเมือง ต้องการทำลายฐานการเมืองของเค้าไปโน่น แรกๆ ก็เลยลำบาก แต่เดี๋ยวนี้แทบทั้งหมดให้ความร่วมมือดีมาก เพราะเค้าเริ่มมองออกแล้วว่านี่เป็นการประชาสัมพันธ์ฟรีๆ เป็นโอกาส(ชี้แจง)มากกว่าที่จะเป็นวิกฤติ แล้วก็ค่อยๆ หาทางแก้กันไป บางเรื่องแก้กันข้ามปีก็มี
พอจะจำกรณีที่เด่นๆ ได้หรือไม่
ของเร็วๆ นี้เท่าที่พอนึกออกก็มี เรื่องของคุณนภาพรที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ญาติห่างๆ คนหนึ่งของผู้ป่วยชื่อคุณนาตยา แจ้งมาทางรายการ ผู้แจ้งคือคุณนาตยาก็ต้องช่วยดูแลลูกอีก 2 คน ปัญหาเลยมีทั้งเรื่องอาการป่วยระดับร้ายแรงของผู้หญิงคนนึง กับเงินค่ารักษาพยาบาลที่ติดหนี้โรงพยาบาล ม.อ. อีกร่วมหมื่น ลูกคนโตก็ต้องหาที่เรียน แถมต้องหาสถานที่ดูแลลูกคนเล็กอีก ส่วนพ่อเด็กไม่ต้องพูดถึง เป็นข้าราชการสังกัดหน่วยงานแห่งนึงที่เอาแต่ดื่มเหล้าไม่สนใจครอบครัว เอาเมียมาส่งโรงพยาบาลแล้วหายไปเลย
รายนี้ปัญหารอบด้าน รายการก็เริ่มต้นด้วยการประสานไปทางหน่วยสิทธิประโยชน์ รพ.ม.อ.ขอต่อรองจ่ายเงินที่ค้างชำระไว้ 1,500 ก่อน แล้วให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยผ่อนชำระไว้
อีกด้านเราประสานไปทาง หน.กลุ่มสวัสดิการ สนง. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้คุณนภาพรเข้ารักษาตัวต่อที่ รพ.สงขลา เพราะอยู่ใกล้บ้าน และเข้าเป็นผู้ป่วยสังคมสงเคราะห์ของ รพ.สงขลา แล้ว
จากนั้นก็ติดต่อผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา ให้รับเลี้ยงลูกคนเล็ก ส่งไว้วันจันทร์รับกลับวันศุกร์ แต่คุณนภาพรยังไม่อยากอยู่ไกลลูก เลยยังไม่ส่ง
สามีของคุณนาตยา ไปขอร้องให้ ผอ.โรงเรียนวัดท้ายยอ รับลูกคนโตเข้าเรียนต่อชั้น ป.6 โดยไม่ต้องสอบ คนฟังรายการก็ร่วมบริจาคเงินให้คุณนภาพรกับลูก 5,000 บาท ด้วย
เมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา กรณีรถแท็กซี่หายจากกรุงเทพฯ อันนี้เป็นญาติผมเองชื่อคุณสำราญ แจ้งมาว่ารถของเพื่อนถูกคนเช่าพาไปไหนก็ไม่รู้ คุณพิทยาเจ้าของอู่ก็มีสำเนาบัตรประชาชนของคนเช่าที่มีภูมิลำเนาอยู่สงขลา เลยขอให้ญาติผมติดต่อมาขอความช่วยเหลือเผื่อจะคนเช่าขโมยกลับมาไว้ทางนี้ พอเรากระจายข่าวไปปรากฏว่ามีคนไปเจอรถคันนั้นเข้า ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกระจายข่าว คนเจอเค้าแจ้งกลับมาที่เรา เราก็แจ้งไปทางสารวัตรปราบปรามช่วงนั้น พ.ต.ท.เล็ก มียัง ทางตำรวจก็วิทยุให้สายตรวจไปดูทันที ก็ตรงกับรูปพรรณรถที่เจ้าของแจ้งไว้ที่ สน.บางขุนเทียน ทุกอย่าง เจ้าของก็ขับรถจากกรุงเทพฯ มาเอารถคืนนั้นเลย นี่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของคนดีในสังคมของเราที่มีทั้งใจทั้งแรงที่พร้อมช่วยเหลือ
ที่ตลาด อ.ควนเนียง เดือนเมษาฯ คุณชูศักดิ์ร้องเรียนเรื่องตาชั่งแม่ค้าที่ชั่งของขาย 10 กิโล แต่พอลูกค้าเอาไปชั่งที่ตาชั่งตัวอื่น ปรากฏว่าได้แค่ 8 กิโลฯ แม้ค้าคนนั้นก็พูดหน้าตาเฉยว่าร้านอื่นก็ทำยังงี้เหมือนกัน คุณชูศักดิ์แจ้งว่ามีร้านลักษณะนี้ในตลาดประมาณ 4-5 ร้าน เคยประสานงานไปยัง สนง. ชั่งตวงวัดแล้ว ได้รับคำตอบว่าเรื่องนี้อยู่นอกเหนืออำนาจ งานนี้ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะพอคุณชูศักดิ์ โทร. มาคุย แล้วทางรายการเปิดประเด็นออกอากาศ 3 วันถัดมา แม่ค้ารายนั้นรีบมาขอร้องไม่ให้คุณชูศักดิ์เดินเรื่องต่อ เพราะวันนั้นแกคงฟังอยู่ด้วย หรือใครฟังอยู่แล้วไปบอกแกก็ไม่รู้ ก็ยอมรับจะแก้ไขเอง เรื่องก็คลี่คลายลงแบบไม่ซับซ้อน หลังจากนั้นผู้กำกับควนเนียง กับทางสำนักงานชั่ง ตวง วัด ก็เข้าไปตรวจตลาดตามที่เราประสาน เข้าใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันน่าจะดีขึ้น
ความจริงมีอีกหลายๆ กรณี แต่มีผลพลอยจากรายการที่น่ายินดีเรื่องนึงก็คือ การทำงานของรายการแลบ้านแลเมือง เป็นแรงหนุนที่ทำให้เกิดกลุ่มอาสาสมัครขึ้นมา คือ “เครือข่ายประชาชนอาสาระวังภัย หาดใหญ่” กลุ่มนี้เกิดจากการรวมตัวของผู้ฟังที่วิตกกังวลกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่บ้านเรา เลยหารือจัดตั้งเป็นกลุ่ม มีทั้งสมาชิกชาวหาดใหญ่เองและคนมาจากที่อื่นๆ ที่อยากให้บ้านเราเมืองเราปลอดภัย สร้างเครือข่ายและระบบการเตือนภัยแบบชาวบ้าน แบ่งเขตกันดูแลพื้นที่เลยว่างั้น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนี้ก็ยังเคลื่อนไหวอยู่อย่างเงียบๆ เพราะส่วนนึงสัมพันธ์กับความปลอดภัยของครอบครัวด้วย แต่เค้าก็ยังเหนียวแน่นกันดี อันนี้ถ้าอยากได้ข้อมูลต้องประสานเค้าโดยตรงเพราะอย่างที่บอกว่าเค้าต้องระวังเรื่องการแสดงตัวด้วยเหมือนกัน
พอใจแค่ไหนกับรายการที่เป็นอยุ่ในปัจจุบัน
ผมว่ารายการยังต้องพัฒนาในอีกหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น การผลิตผู้ประสานงานและนักจัดรายการรุ่นใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทีมผู้ประสานงานปัจจุบันอย่างคุณวาทิต คุณธารารัตน์นี่แข็งมาก รู้งานทั้งการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าและการสานต่อเพื่อคลี่คลายปัญหาแบบมืออาชีพ ซึ่งเราพยายามฝึกคนใหม่ๆ ให้เข้ามายืนแทนที่เพื่อให้คนเก่าขึ้นไปดูแลในระดับบริหาร แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่มาก เรื่องการจัดระบบบันทึกข้อมูลก็ต้องพัฒนาเพราะถึงแม้จะมีระบบอยู่พอสมควรแต่ก็ยังไม่กระชับรัดกุมเท่าที่อยากจะให้เป็น แต่เรื่องสำคัญจริงๆ ก็คือ รายการเองอยากจะมีศักยภาพที่จะกระตุ้นสังคมได้มากกว่านี้ คืออยู่ในระดับที่จะผลักดันให้เกิดกระแสในสังคมได้ แต่ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและค่าใช้จ่ายที่สัมพันธ์กับเรื่องการพัฒนาคนก็เป็นกำแพงนึงที่เรายังฝ่าข้ามไม่ได้ในปัจจุบัน เหตุผลที่ต้องการทำอย่างนั้นเพราะเราเชื่อว่า สื่อทุกชนิดมีพลังที่จะช่วยผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคม ทำตามกระแสนั้นง่าย บางทีแทบไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ แต่พอเลือกทำอีกแบบที่เราเชื่อว่ามันดี เราต้องใช้พละกำลังทั้งกายทั้งใจมหาศาล เพราะย่อมไม่ใช่แค่ดอกไม้เท่านั้นที่เราได้รับ ก้อนอิฐเราก็รับมาได้ปีละหลายหาบเหมือนกัน
สถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน
ดีขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่สังเกตนะ อาจเพราะเรามีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพขึ้น และเราก็เข้าถึงความรู้ทั้งด้านกฎหมายและข้อมูลสินค้าผลิตภัณฑ์มากขึ้น บวกกับเรามีองค์กรที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิ์ทั้งที่เป็นของรัฐและประชาชนชัดเจนขึ้นด้วย แต่ก็ยังนับว่ายังเป็นสังคมที่ห่างไกลกับการเป็น “ผู้บริโภคเข้มแข็ง” อยู่ดี เพราะพอเอาเข้าจริงๆ คนส่วนใหญ่ในสังคมเราก็ยังคอยพึ่งพารัฐหรือพึ่งพา “คนอื่น” ที่จะมาช่วยรักษาสิทธิ์ให้ ทั้งๆ ที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ตัวผู้บริโภคเองนั่นแหละที่สามารถกำหนดทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะในฐานะผู้บริโภคสินค้า บริการ การจัดการของรัฐ
หรือแม้แต่การเป็น “ผู้บริโภคกฎหมาย” ก็ตาม เรายังต้องเข้มแข็งมากกว่านี้อีกหลายๆ เท่าครับ
..................................................................................................
ท่านผู้ฟังทุกท่านครับ วันก่อนผมเองมีโอกาสได้ไปฟังเวทีเสวนาเรื่อง “บูรณาการระบบงานคุ้มครองผู้บริโภค ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”ที่โรงแรมเจบี หาดใหญ่เรานะครับ ซึ่งอ.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้(สวรส.) ได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งก็คือพวกเราทุกๆคนนั่นแหละครับ ว่าที่เป็นที่ทราบกันว่าดีการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวข้อง 3 ฝ่ายหลักๆ คือผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการ ผู้บริโภคคือเราทุกคนในที่นี้ และรัฐในฐานะผู้ใช้กฎหมายบังคับกำกับดูแล
และในปัจจุบันสื่อมวลชนได้เข้ามามีอิทธิพลและบทบาทในเรื่องราวเหล่านี้อีกทาง เช่นกรณีของการทุบประจานรถยนต์ ยี่ห้อหนึ่ง(ซีอาร์วี) ซึ่งผู้(บริโภค)ที่เสียหายร้องเรียนว่า(ผู้ประกอบการ)ไม่รับผิดชอบ ขณะที่กระบวนการของรัฐไม่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้เท่าที่ควร สื่อซึ่งทำหน้าที่กระจายข่าวเรื่องราวเหล่านี้ก็เสมือนเป็นผู้ช่วยทำหน้าที่เรียกร้อง ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาตระหนัก ระวังป้องกันและใส่ใจดูแลผู้บริโภคมากขึ้น
กลับมามองที่สื่อท้องถิ่นวิทยุชุมชนของเราเองที่มีบทบาทหน้าที่ในส่วนนี้อยู่ เช่นรายการ “แลบ้านแลเมือง”ทางสถานีวิทยุมอ.FM 88.0 MHz ซึ่งรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ต่างๆ รวมทั้งในกรณีเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค (ซึ่งเป็นการซักถามพูดคุยออกอากาศ เป็นการได้รับรู้ออกไปในวงกว้างและรวดเร็วอีกทาง) ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่เราผู้ฟังรายการทุกท่านได้มารู้จักรายการแลบ้านแลเมืองกันมากขึ้น เพื่อจะได้ช่วยกันแลบ้านแลเมืองของเรากันต่อไปนะครับ
ก่อนตัดเข้าสู่โฆษณา อยากให้คุณบัญชร ฝากอะไรถึงแฟนๆรายการที่รับฟังอยู่ทางบ้านทุกท่านสักเล็กน้อยครับ “ถ้าพูดถึงในส่วนสถานีวิทยุมอ.เอง เราให้ความมั่นใจได้ว่า ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องของการโฆษณาของทางรายการนี่แหละครับ อย่างผลิตภัณฑ์อาหารและยา อย่างน้อยในเบื้องต้นต้องผ่านมาตรฐานของอย.จึงจะพิจารณารับโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพราะอะไรครับ เพราะว่าคนมีแนวโน้มจะเชื่อสื่อ คิดว่าสื่อคงกลั่นกรองมาแล้วคงจะเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง อะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นสื่อเนี่ยจึงช่วยระมัดระวังป้องกันคุ้มครองผู้บริโภคได้อีกทางครับ”
ครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ ชัดเจนนะครับ กับคุณบัญชร วิเชียรศรี หรือดีเจโอเลี้ยง เสียงหล่อ คีย์แมนคนสำคัญอีกคนของสถานีวิทยุมอ.FM88MHz.ของเรา วันนี้ทางรายการแลบ้านแลเมืองต้องขอขอบคุณคุณบัญชรมากครับที่สละเวลามาพูดคุยกับเราผ่านไปยังแฟนๆรายการ ให้เราได้รับรู้ถึงช่องทางอีกทางหนึ่งที่เราจะมีปากมีเสียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเรียน ได้รับความเดือดร้อน พบเห็นอะไรก็โทรศัพท์ หรือ “โฟนอิน”กันเข้ามายังรายการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราในฐานะที่เป็นผู้บริโภคทุกๆคนจะได้รับโอกาสแสดงสิทธิและการปกป้องคุ้มครองครับ
สวัสดีครับ.