เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพภาคใต้ - South Healthy Public Process Network

ข่าวนโยบายสาธารณะ

เครือข่ายชุมชน ชุมพลสัมพันธ์

by วัฒนชัย มะโนมะยา @December,30 2008 11.25 ( IP : 118...144 ) | Tags : ข่าวนโยบายสาธารณะ

เครือข่ายชุมพลสัมพันธ์ กองทุนสวัสดิการระดับตำบล ชุมชนชุมพลสัมพันธ์

รายงานโดย : วัฒนชัย มะโนมะยา

มีไม่มากที่การประชุมระดับภาคระดับจังหวัดหรือระดับอำเภอจะลงมาประชุมใช้สถานที่กันอยู่บ่อยๆในระดับหมู่บ้าน ที่ทำการเครือข่ายชุมพลสัมพันธ์ ศูนย์ประสานองค์กรชุมชน บ้านต้นธง หมู่ 11 ตำบลชุมพล อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง คือที่แห่งนั้น

ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของที่ทำการหมู่บ้าน-ที่เป็นที่ตั้งขององค์กรเครือข่ายชุมชนสัมพันธ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน ที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน หน่วยประสานงานพลังแผ่นดินหมู่บ้าน แต่เดิมเคยเป็นศาลาเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน ปัจจุบันทุกวันนี้ก็ยังเป็น และมีเคาน์เตอร์บริการหมาดใหม่เพื่อไว้บริการสำหรับสมาชิกชุมชนสัมพันธ์เป็นสัดเป็นส่วนเพิ่มขึ้น พร้อมกับสถานที่ที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนามากขึ้นเป็นลำดับเพียงชั่วเวลาไม่กี่เดือนผ่าน

ความเติบโตของสถานที่นี้ส่วนหนึ่งดูไปก็ดูคล้ายกับความเติบโตของเครือข่ายชุมพลสัมพันธ์ และกองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์ ซึ่งมีนายช่วง เรืองแก้ว หรือลุงช่วง เป็นประธานกรรมการ และเป็นประธานกรรมการเครือข่ายชุมพลสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นเหรัญญิกกองทุนหมู่บ้านหมู่ที่ 11 แห่งนี้มาโดยตลอด เป็นประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน ตำบลชุมพล ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน อำเภอศรีนครินทร์ เป็นประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านของจังหวัดพัทลุง และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งกองทุนหมู่บ้านบ้านต้นธง หมู่ที่ 11 แห่งนี้ได้รับรางวัลดีเด่นอันดับ 1 ของอำเภอศรีนครินทร์ และที่ 2 ระดับจังหวัด ในปี 2548 และตำแหน่งหลังสุดคือคณะกรรมการติดตามประเมินผลแผนพัฒนา ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง

ลุงช่วง หรือ**ช่วง เรืองแก้ว **จบเพียงชั้นประถม 4 ที่โรงเรียนวัดโคกชะงาย ในปีพ.ศ.2496

“ตอนที่เราเกิด ขณะที่เราร้องไห้ คนอื่นเขายิ้มหัวดีใจ เวลาตายจะทำอย่างไร ให้ยิ้มได้ ขณะที่คนอื่นร้องไห้ให้กับเรา”

ลุงช่วงเล่าถึงคำคิดคำคมที่สะดุดใจจากการฟังเด็กนักเรียนคนหนึ่งนำขึ้นไปพูดในเวทีอบรมวิทยากรระดับจังหวัดครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่า เปรียบเสมือนปรัชญาแห่งชีวิตก็ไม่เชิง แต่มันเป็นเสมือนแรงกำลังบางอย่างที่ลุงช่วงยิ่งค้นพบระหว่างชีวิตและก็ดำเนินมาเช่นนั้นตลอดอยู่แล้ว คือทำอะไรแล้วไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองหนึ่งละ ยังประโยชน์ให้กับลูกหลานอีกหนึ่ง และไม่เป็นภาระ

ลุงช่วงบอกเล่าให้ฟัง ขณะที่กองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์ ณ วันนี้ (ปลายปี 2551) มียอดเงินกองทุนอยู่ที่ 4 แสนกว่าบาท สมาชิกกองทุน 958 คน ณ วันที่ในวัย 67 ปีแห่งชีวิตที่ยามแล้งก็ยังตื่นเช้าไปกรีดยางเอง โดยให้แม่บ้านที่แสนดีแม่ลับ เรืองแก้ว เป็นคนช่วยเก็บน้ำยาง และชีวิตเช้าตลอดค่ำก็อยู่กับการปะชุมไม่หมู่บ้านก็จังหวัดไม่จังหวัดก็อำเภอไม่อำเภอก็ตำบล

“ตำแหน่งกองลุย” ลุงช่วงบอกเล่าให้ฟังช่วงหนึ่ง คำว่าตำแหน่งกองลุยในที่นี้เป็นภาษาใต้ หมายถึงว่าตำแหน่งเยอะ แยะ มากมาย “คะลักคะลุย” หาได้แปลว่าเป็นตำแหน่งกองลุย ลุยหน้าลุยแหลกทำนองนั้น

แต่หากจะแปลตรงตามตัวว่าตำแหน่งกองลุยจริงๆตรงๆผันไปอย่างนั้นก็ย่อมไม่ผิดเสียทีเดียว และหนึ่งในตำแหน่งกองลุยที่ว่า ตำแหน่งหนึ่งที่น่าสนใจที่ลุงช่วงรับบทบาทหน้าที่อยู่กับอีกหลายๆตำแหน่งหน้าที่ก็คือ ประธานเครือข่ายชุมพลสัมพันธ์ และ กองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์ซึ่งลุงช่วงเป็นประธานกรรมการอยู่อีกตำแหน่ง และกำลังขยับขับเคลื่อนองคาพยพไปสู่สวัสดิการชุมชนนำร่องระดับตำบลของพื้นที่จังหวัดพัทลุง

ลุงช่วงบอกว่าตามนโยบายของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทางจังหวัดพัทลุงมีเพียง 2-3 ตำบลได้รับพิจารณาเป็นเสมือนตำบลนำร่อง ในการจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการระดับตำบล ผ่านมาทางเลขาฯของพอช. โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ที่เครือข่ายองค์กรมีการดำเนินการอยู่แล้วในเรื่องสวัสดิการ มีจำนวนสมาชิก และประกอบด้วยหลายๆชุมชนไม่ใช่หมู่บ้านเดียว เป็นต้น ปี 2548 กองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์ก็เกิดขึ้น ณ ที่ทำการเครือข่ายชุมพลสัมพันธ์ ศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชน

..................................................................................................

จากการที่คณะทำงานเครือข่ายชุมพลสัมพันธ์  ได้ทำงานร่วมกันและได้สัมผัสกับคนในชุมชนได้เห็นความลำบากของคนในชุมชน  เมื่อถึงคราวที่ประสบภัยพิบัติหรือเมื่อต้องการความช่วยเหลือก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร  ทางราชการก็ช่วยเหลือไม่ทั่วถึงและไม่ทันเหตุการณ์  ทางเครือข่ายจึงได้ตกลงกันจัดสวัสดิการกันเอง  และคงจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาล  หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เห็นความสำคัญของสวัสดิการชุมชน  จึงได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ชุมพลสัมพันธ์ขึ้น  เมื่อวันที่  14  กุมภาพันธ์  2548  มี  10  หมู่บ้าน  11  องค์กรร่วมเป็นสมาชิก  โดยการร่วมกันหาเงินตั้งกองทุนกลางขึ้น  และได้รับสนับสนุน  จากองค์การบริหารส่วนตำบล  และองค์กรมหาชน  พอช.  สนับสนุนงบประมาณ  ทางเครือข่ายเองก็ได้จัดกิจกรรมหาทุนเพิ่ม  และทางคณะทำงานตั้งความหวังไว้ว่า คนทุกคนในตำบลชุมพลทุกคนจะต้องมีสวัสดิการเสมอภาคกันทุกคน  เน้นให้ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เอื้ออาทรต่อกัน  และให้ทุกคนมีส่วนร่วม  ซึ่งทำให้ผู้ให้ก็ให้อย่างมีเกียรติ  ผู้รับก็รับอย่างมีศักดิ์ศรี ..................................................................................................

แนวคิดการจัดสวัสดิการในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบลต่างๆ จริงๆแล้วมีการทำมานาน เพียงแต่ต่างคนต่างทำ ไม่ครอบคลุม เช่น ที่นี่กลุ่มออมทรัพย์ มี 2 หมู่ บางหมู่บ้านกำลังน้อยทั้งกำลังเงินและกำลังทุนการบริหารจัดการต่างๆ ขณะที่หลายๆแห่งก็ไม่มี กองทุนสวัสดิการนี้เท่ากับกองทุน 2 ชั้นคือกองทุนในหมู่บ้านที่มีอยู่แล้ว กับตำบล หมู่บ้านที่ทำครอบคลุมแล้ว2 ชั้นเช่นหมู่ที่ 11 มีกองทุนวงเงิน 2.8 แสน จ่ายสวัสดิการไปแล้ว 8 หมื่นในปี 2551 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหาหมอ การศึกษา หรือตาย ลุงช่วงบอกว่าแนวโน้มของกองทุนสวัสดิการโตกว่ากองทุนหมู่บ้าน เพราะหมู่บ้านทำมานานแล้ว

ถ้าพูดอีกอย่างก็คือเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเองโดยคนในชุมชน มีคณะทำงานและเครือข่ายหมู่บ้าน เป็นโครงสร้างระดับตำบล (ที่พัทลุงก็มีเช่น ตำบลลำสินธุ์ กับตำบลบ้านนา) ให้สวัสดิการทั่วไป เรื่องเกิดแก่เจ็บตาย เจ็บป่วยไข้รักษาดูแล ให้ค่าชดเชย นอนโรงพยาบาลใช้สิทธิ์ต่างๆได้ เบิกได้ปีละกี่ครั้ง และก็ออกระเบียบข้อบังคับ แนวทางการทำงานบริหารจัดการกันเองโดยคนใน เช่นมีเวทีเสวนา ประชุม จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อระดมทุน แก้ปัญหาให้กับสมาชิก เป็นต้น

ภายใต้กรอบคิดที่ว่าต้องการให้ได้รับสวัสดิการทั้งตำบล ครอบคลุมในทุกหมู่บ้าน

หลักอีกอย่างของกองทุนที่นี่ก็คือ “ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม” คือการช่วยกันคิดช่วยกันทำ ร่วมมือร่วมแรงใจกันพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดี ระเบียบข้อบังคับจะขับเคลื่อนไปพร้อมกับจิตสำนึก และความร่วมไม้ร่วมมือ โดยการเป็นสมาชิกเพียงแต่เสียค่าธรรมเนียมหรือเสียค่าบำรุงทุกปี ปีละ 100 บาทก็เป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ ไม่มีเงื่อนไขพันธะผูกพันอะไรอื่นมากมาย การเป็นสมาชิกนี้กระทั่วเมื่อเสียชีวิตก็จะได้รับการชดเชยดูแลให้ตามสมควร


ลุงช่วงบอกว่าถ้าพูดถึงความโดดเด่นของกองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์แห่งนี้ก็คือความร่วมไม้ร่วมมือความสามัคคีกันของคนในชุมชนมีความโดดเด่น ปัจจุบันนี้กองทุนมีสมาชิกเครือข่ายครบทั้ง 14 หมู่บ้าน

โครงสร้างเครือข่ายในด้านสมาชิกก็คือ

สมาชิกเครือข่าย ซึ่งเป็นหมู่บ้านโดยสมาชิกหรือผู้นำหรือตัวแทนองค์กรในแต่ละหมู่บ้านทั้ง 14 หมู่ ซึ่งตอนนี้เป็นสมาชิกหมดแล้ว

สมาชิกกองทุน ซึ่งก็คือชาวบ้านที่สมัครใจมาเป็นสมาชิก (ไม่ใช่โดยผู้ใหญ่บ้านบอก หรือใครบังคับ) ซึ่งตอนนี้มีสมาชิกเข้าสู่ 1000 คน ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในตำบลชุมพลแล้ว

ส่วนโครงสร้างการทำงานนั้นมีคณะทำงาน ซึ่งเป็นผู้แทนของกลุ่มองค์กรต่าง ๆ  ภายในตำบล  ที่ได้รับการคัดเลือกมาร่วมกัน  ทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ  โดยแบ่งหน้าที่กันตามความสามารถ  และหน้าที่ที่ได้รับการมอบหมาย  โดยมีประธาน รองประธาน  เหรัญญิก  เลขานุการ  และกรรมการร่วมดำเนินการ  รวม 17 คน และคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ จำนวน 10 คน อาจจะเรียกว่าเป็นทีมงาน มีกรรมการแบ่งงานกันรับผิดชอบดูแล เช่น ที่ดินโดยคุณสมชาย หนูแป้น รองประธาน การเงินโดยประยูร หนูทอง เรื่องยาเสพติด สวัสดิการลุงช่วงจะดูเอง แต่ละคนก็ไปเป็นวิทยากรอะไรต่างๆได้

ลุงช่วงบอกว่าเข้าวงการใหม่ๆไปศึกษาดูงานที่คลองเปีย ของลุงอัมพร ด้วงปาน (1 ใน 76 คนดีศรีแผ่นดินทั่วประเทศ)แล้วได้เห็นได้ข้อคิดเปรียบเทียบและแนวทางการทำงานบางอย่าง เมื่อกลับมาดูแรงจูงใจในชุมชน เรื่องสวัสดิการได้แรงดลใจมาจาก สัจจะวันละบาท ของครูชบ ยอดแก้ว แห่งตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ ซึ่งตนมาคิดว่าไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แนวคิดก็คือค่าธรรมเนียมปีละ 100 บาท ร่วมด้วยหน่วยงาน ตำบล และสมาชิกสมทบ

แนวคิดคือขาดสมาชิกก็หมดพันธะไม่ผูกพัน ปีที่ 1 2 3 เพิ่มระเบียบแรงจูงใจตลอด โดยสมาชิกเครือข่ายจะประชุมทุกวันที่ 17 ของเดือนหรือปรับเลื่อนตามวาระ

กรอบคิดของกองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์ก็คือต้องการให้ได้รับสวัสดิการทั้งตำบล เป็นคล้ายๆสวัสดิการเอื้ออาทร คุ้มครองตลอดชีพ ให้กับคนทุกระดับ ให้การคุ้มครอง เช่น เยี่ยมไข้ให้ปีละ 4 คืนกับสมาชิก ลุงช่วงบอกว่าได้จ่ายสวัสดิการเป็นยอดเงินประมาณ 2 แสนบาท รวมทั้งกลุ่มคนพิเศษหรือด้อยโอกาส ไม่ว่าจะยากจน ไม่อาจช่วยตัวเองได้ โควตาหมู่บ้านละ 2 คน เป็นต้น ส่วนนี้จะมีคณะกรรมการพิจารณา

สวัสดิการชุมชนลุงช่วงบอกว่าให้ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย แต่มันก็มีคนจำพวกที่นอนรอ ให้คนอื่นมาอุ้ม เอาทั้งนั้นอยู่ ความหมายและเป้าหมายก็คือต้องมามีส่วนร่วม สวัสดิการไม่ใช่การไปหยิบยื่นให้เฉยๆ ซึ่งเป็นหลักสวัสดิการพื้นฐานทั่วไปคงผิดหลักสวัสดิการชุมชน


การจัดสวัสดิการ จัดสวัสดิการให้สมาชิกตามระเบียบกองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์  ตามกำลังความสามารถของกองทุนกลางที่มีความสามารถจัดได้  ตั้งแต่เกิดจนตาย  โดยแบ่งออกเป็น  2  ระบบ  คือ
1.  ให้องค์กรภายในหมู่บ้านจัดสวัสดิการให้สมาชิกภายในหมู่บ้าน  ความสามารถของแต่ละหมู่บ้านให้ครอบคลุมทั่วถึง  แบบครบวงจร  โดยกองทุนกลางสนับสนุน 2.  กองทุนสวัสดิการกลาง  คือ  “กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล”  จัดสวัสดิการร่วมกันโดยครอบคลุมองค์กรเครือข่ายที่เป็นสมาชิก  เน้นการรักษาพยาบาล  การเสียชีวิต  และผู้สูงอายุ  ผู้พิการ “และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส”  ที่เป็นสมาชิก  และไม่เป็นสมาชิก  ตามกำลังของกองทุน  โดยมอบหมายให้องค์กรที่เป็นเครือข่าย  สรรหาบุคคลเป้าหมาย  แล้วคณะกรรมการพิจารณาให้การช่วยเหลือ

บุคคลกลุ่มเป้าหมาย ทุกคนภายในตำบลชุมพล  เน้นสมาชิก  ผู้สูงอายุ  พิการ  ผู้ด้อยโอกาส  และผู้ประสพภัยพิบัติต่าง ๆ การจ่ายสวัสดิการให้มีตั้งแต่ เก็ด เจ็บป่วย แก่  ตาย ผู้สูงอายุ  เน้นผู้สูงอายุที่ลำบาก  เช่น ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  ไม่มีคนดูแล  ผู้พิการ (เน้นผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้)  ครอบครัวลำบาก  ผู้ด้อยโอกาส (เช่นหญิงหม้ายมีลูกหลายคน  เด็ก เยาวชน ที่ไม่มีพ่อแม่  เด็ก  เยาวชนที่พ่อแม่ลำบาก  ครอบครัวที่ไม่ผ่านเกณฑ์  ความจำเป็นพื้นฐาน  เป็นโรคเรื้อรัง  รักษาไม่หาย)  ทุนการศึกษา  ทุนประกอบอาชีพ  สวัสดิการแก่ผู้ที่บำเพ็ญเพื่อส่วนรวม (ผู้ที่ทำงานเพื่อชุมชน)

พื้นที่ดำเนินการ โดยพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 11 หมู่บ้านของตำบลชุมพล คือหมู่ที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,11,12 และหมู่ที่ 13 จากการสำรวจประชาการที่อาศัยอยู่จริง เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีจำนวน 6,501 คน ที่ไม่ผ่านเกฯฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน 58 ครัวเรือน มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 620 คน ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียน 30 คน และยังไม่ขึ้นทะเบียนอีก 15 คน


แผนงานการขยายผลการจัดสวัสดิการ ที่ประชุมคณะกรรมการวางการดำเนินการในการขยายพื้นที่การจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในตำบลชุมพล  และให้ครอบครัวทุกคนภายในตำบล  โดยให้กรรมการกองทุนสวัสดิการลงพื้นที่เข้าร่วมประชุมในวันประชุมหมู่บ้าน  ทุกหมู่บ้าน  ชี้แจงวัตถุประสงค์ของเครือข่ายในการจัดสวัสดิการให้สมาชิกทุกหมู่บ้าน  ทุกคนเห็นความสำคัญของการพึ่งตนเอง  ในการสร้างหลักประกันให้กับตนเองโดยรวมกันทำกิจกรรมร่วมกัน  เช่น ร่วมกันหาทุนสมทบ  กองทุนสวัสดิการชุมชน  เพื่อให้มีทุนพอที่จะจ่ายสวัสดิการให้กับคนทุกคนในตำบลให้ได้

ผู้ด้อยโอกาส  ผู้พิการ และผู้ที่สมควรได้รับการช่วยเหลือดูแล  ที่ยังไม่เป็นสมาชิก  ทางกลุ่มองค์กรในหมู่บ้านต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิกให้  เพื่อบุคคลเหล่านั้นจะได้รับสวัสดิการโดยทั่วถึงกัน


เป้าหมายของคณะทำงาน เป้าหมายของคณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชนชุมพลสัมพันธ์ก็คือ คนทุกคนในตำบลชุมพลต้องร่วมมือกันสร้างหลักประกันในชีวิต  โดยมีกองทุนสวัสดิการระดับตำบลคอยช่วยเหลือดูแล  และทางกองทุนต้องมีกองทุนเพียงพอที่จะดูแล  สมาชิกของตำบลได้อย่างทั่วถึง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนในตำบล  100 % ภายใน  10  ปี  จาก พ.ศ. 2550  ถึง  พ.ศ. 2560

รัฐอาจจัดสวัสดิการให้ประชาชน เช่นกองทุนหมู่บ้าน หรือประชาชนจัดสวัสดิการกันเอง เช่นกลุ่มออมทรัพย์ต่างๆในหมู่บ้านชุมชน ซึ่งมีแนวทางการให้สวัสดิการต่างๆกันไป ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าบางแห่งบางหมู่บ้านก็มีกำลังน้อย การให้สวัสดิการก็อาจไม่ทั่วถึง ทั้งในแง่จำนวนคนหรือจำนวนกองทุนอะไรต่างๆก็ตาม บางแห่งเน้นเฉพาะการออมเพื่อกู้ หรือเงินปันผล แต่สวัสดิการของคนในชุมชนนอกจากครอบคลุมขั้นพื้นฐานแล้ว ควรจะต้องครอบคลุมในทุกๆคน และการร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาด้วย กองทุนระดับตำบลที่กำลังดำเนินการและเป็นอยู่นี้จะเป็นสวัสดิการสองชั้นก็ว่าได้ ถ้ากองทุนระดับตำบลเข้มแข็งพัฒนา ก็จะเป็นกองทุนต้นแบบหรือนำร่องต่อไป


(ล้อมกรอบ...) ................................................................................................

ลุงช่วงบอกว่าในฐานะประธานฯโครงสร้างโดยหลักในการทำงานก็ทำครอบคลุมเช่นในเรื่องที่ดิน การเงิน จัดทำแผนชุมชน(ได้รับงบสนับสนุนจากสกว.) เพียงแต่เน้นในด้านสวัสดิการ
ลุงช่วงบอกว่างบบริหารกองทุนมี 20,000 บาท ส่วนใหญ่ก็คือใช้สำหรับรับรองน้ำชากาแฟ หรือมื้อเที่ยงบ้าง ที่ทำการกองทุนฯเปิดทำการเมื่อปี 2548 ก่อนหน้านี้เป็นการทำงานร่วม จึงมีการจดทะเบียนกองทุนสาธรณะประโยชน์ โดยกระทรวงพัฒนาสังคม ภายใต้งบสนับสนุนของอบจ. พร้อมๆกับการเริ่มแผนแม่บทชุมชน

“แก่ก็จริง แต่ทันสมัยอยู่เสมอ” ลุงช่วงพูดเองลุงช่วงบอกว่าเป็นคนสร้างโทรทัศน์ก่อนใครเพื่อน มีวิทยุ 30 MHz ใช้วิทยุ CB สมัครเล่น เป็นนักวิทยุสมัครเล่น รหัสนามเรียกขาน MS 9 KMz เป็นอาสาหน่วยกู้ภัยพัทลุง ซื้อคอมฯก็ก่อนใครเพื่อนหลายคนในหมู่บ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมาโดยตลอดไม่ว่าจะไปเรียนกศน.พัฒนาฝีมือแรงงานพัทลุง สารพัดช่างสงขลาช่างซ่อมบำรุง แต่ลุงช่วงไม่ได้หยุดอดีตไว้แค่ปัจจุบัน ปัจจุบันลุงช่วงคิดสร้างโรงเรียนวัดทุ่งยาวให้มีห้องคอม หาค่ำบำรุงรักษาโดยโครงการมาจากปปส. และสอนเด็กเองในวันเสาร์อาทิตย์เวลา 2 ชั่วโมง เช่นการทำ powerpoint

ลุงช่วงใช้โน้ตบุคยี่ห้อ novero มีโปรแกรมข้อมูลแผนแม่บท รายรับรายจ่าย โปรแกรมมหาลัยเชียงใหม่อยู่ในนั้น โปรแกรมตัดต่อภาพอยู่ในความสนใจ

ลุงช่วงอยู่ในวัดนับแต่สมัยหนุ่มมา เป็นทั้งมัคกทายก เป็นโฆษก ตลอดจนกรรมการพฐ. วัดที่ว่าก็คือวัดทุ่งยาว สมัยเด็กๆอยู่ในวัดนอนกินวิ่งเล่นอยู่ใกล้วัด บวชเรียนจนได้นักธรรมเอก

ลุงช่วงบอกว่าประสบการณ์ชีวิต รวมทั้งเรื่องการบวชเรียนทำให้เห็นประโยชน์ สามารถแก้ปัญหาชีวิต ปัญหาโลก เศร้า เสียใจ ธรรมดา รู้โลกธรรม ปลงตัวเองได้ เรียกว่าเบรกยั้ง เปรียบเหมือนพวงมาลัยก็บังคับทิศทางเลี้ยวตรงก็ได้ ส่วนหนึ่งก็คือการปรับใช้ทำงานให้กับสังคมและชุมชน รวมทั้งการทำสวัสดิการชุมชน ชุมพลสัมพันธ์นี้เช่นกัน

..................................................................................................
ลุงช่วงคิดว่าการสร้างสวัสดิการให้กับชุมชนไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ยอดเงิน สมาชิก หรือสวัสดิการที่ครอบคลุมหรือมั่นคงแต่เพียงเพียงอย่างเดียว หากแต่การร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันพัฒนาด้านอื่นๆควบคู่ไปด้วย เพื่อความอยู่ดีมีสุขของทุกๆคนในสังคมด้วย

ในส่วนของการพัฒนาหรือเสริมให้กองทุนซึ่งเป็นต้นแบบ ลุงช่วงบอกว่าว่ากำลังทำเรื่องข้อมูลพื้นฐานนำร่อง

“ทุกเรื่องต้องสามารถที่จะต้องรู้ได้หมด เริ่มทำหมู่บ้านเดียวก่อน งบสนับสนุนโดยสกว. เช่นเรื่องที่อยู่ อายุ รูปประวัติโรคประจำตัว มีวัวกี่ตัว นากี่ไร่ บอกได้ว่าราคายางเท่านี้น่าจะได้รายได้สักเท่าไหร่ (คล้ายกับระบบเจไอเอส แผนที่ข้อมูลทะเบียนราษฏร์อำเภอระบุพิกัด ซึ่ง บางพื้นที่ใบนามตำบลให้อบต.ใช้เอาคำนวณภาษี และทำฐปถ. จกค.2ค.ทุกปี )โดยจะเอามาทำด้านพัฒนา แก้ปัญหา โดยใช้โปรแกรมขอนหาด กับท้องทุ่งไทยซึ่งเป็นโปรแกรมมหาลัย(พอช.)นำมาเผยแพร่

“แผนงานนี้อาจจะโครงการสกว.ทำแผนคณะร่วมของแผน 4 ภาค พัฒนาแผนโดยแต่ละชุมชนเป็นตัวอย่าง ได้รับการสนับสนุนหรือไม่อยู่ที่ผู้รับ เพราะบางครั้งกิจกรรมโครงการก็แค่หลักฐานการเขียน แต่ถ้าสิ่งที่ทำอยู่แล้วแล้วโดยประธานเครือข่ายระดับอำเภอ อนุกรรมการจังหวัด ก็คงเป็นแนวทางในการจัดตั้งกองทุน สถาบันการเงินได้โดย ทางเราก็พร้อมทางบุคคล อุปการณ์สถานที่ คอมมี 2-3 เครื่อง สถานที่เป็นสัดส่วน ปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่บุคลากรทำงานเป็นระบบ สถาบันการเงินก็มีทุนงบปรับปรุงสถานที่อะไรต่างๆให้”

เมื่อการประสานขอข้อมูลกับรัฐหรือหน่วยงานไม่สะดวก หรือไม่อัพเดท ลุงช่วงบอกว่าทางกลุ่มก็จะการดำเนินการเองโดยเฉลยว่าก็คือต้องออกแบบสอบถามทั้ง 98 ครัวเรือนเริ่มในหมู่บ้านต้นธง - หมู่บ้านที่มีต้นธงต้นตระกูลสะตอพันธุ์พิเศษดึกดำบรรพ์อายุร่วม 300 ปี หยัดรากลงสู่ผืนดินแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา สั่งสมเรื่องราวผ่านยุคผ่านสมัย แม้ในวันนี้จะโรยร่วงผุพังลงตามกาลเวลาบ้าง หากแต่ยังยืนต้นอยู่เสมือนเป็นอนุสรณ์ของหมู่บ้านและแผ่นดินที่หาดูที่ไหนง่ายๆไม่ได้อีก

แม้อาจจะไม่ใช่มีที่นี่แห่งเดียวก็ตาม.

แสดงความคิดเห็น

« 0146
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง