ข่าวนโยบายสาธารณะ
ชมรมผดด.จังหวัดตรัง รวมพลังพัฒนาเด็กไทย
ชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรัง รวมพลังพัฒนาเด็กไทย
รายงานโดย : วัฒนชัย มะโนมะยา
การก่อเกิดของชมรมผู้ดูแลเด็กใช่จะเกิดได้ทุกที่ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นแล้วประสบความสำเร็จ และพัฒนาสืบเนื่องต่อไปในอนาคตด้วยนั้นยิ่งมีความน่าสนใจ กล่าวสำหรับชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรังมีการดำเนินงานหลายๆอย่างที่ทำให้มองเห็นถึงสิ่งที่กล่าวมา
ชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรัง ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เมื่อคุณวิไลวรรณ ภู่ใหม่ ประธานชมรมคนแรกได้ลาออกจากตำแหน่งในปี พ.ศ.2547 ปิยรัตน์ นิรันเรือง หรือ “ครูอี๊ด”หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมคนต่อมาและดำรงตำแหน่งจวบจนปัจจุบัน(2552) เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
ครูอี๊ดเล่าว่าแต่เดิมนั้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(จังหวัดตรัง)สังกัดกรมพัฒนาชุมชน มีเจ้าหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้การดูแลศูนย์และผู้ดูแลเด็กเป็นอย่างดี ต่อมาเมื่อมีการถ่ายโอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ตามพรบ.กระจายอำนาจ ปี 2545) ซึ่งต้องยอมรับว่าหลายส่วนยังไม่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องการพัฒนาเด็กเท่าที่ควร ทำให้เสมือนขาดพี่เลี้ยงที่เข้มแข็งที่พอจะเป็นที่พึ่งของผู้ดูแลเด็กได้เหมือนที่ผ่านมา
การก่อตั้งชมรมในช่วงแรกเกิดจากการที่ผู้ดูแลเด็กต้องรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาเด็กโดยทั่วๆไป จึงได้ปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของชมรมเพื่อให้สอดรับกับสภาพปัญหาดังกล่าวในปัจจุบันไปด้วย
การดำเนินงานของชมรมในสมัยของครูอี๊ดมีพัฒนาการในหลายๆด้าน ที่โดดเด่นขึ้นมา ในการประสานงานต่างๆของเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสาธารณสุข หน่วยงานทางการศึกษา และท้องถิ่นจังหวัด ซึ่งได้รับความร่วมมือในหลายๆด้านเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังมีการนำชมรมก้าวย่างออกไปเปิดหูเปิดตานอกพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานของครูผู้ดูแลเด็ก มีศักยภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เช่นในปี พ.ศ. 2550 ที่ได้นำสมาชิกชมรมซึ่งเป็นคณะกรรมการชมรมไปศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เป็นต้นแบบ หรือศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ ระดับเขต ใน 6 จังหวัดภาคกลาง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ๆให้กับคณะทำงานได้นำมาถ่ายทอดหรือฝึกอบรมให้กับผู้ดูแลเด็กได้เป็นอย่างดี
“ก่อนหน้านั้นจะเน้นที่การอบรมอย่างเดียว เราคิดว่าควรให้มีประสบการณ์ในการดูงานนอกพื้นที่ด้วย จุดเด่นอีกอย่างของชมรมคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าอบรมที่จัดขึ้นทุกปี ซึ่งในส่วนนี้อบต.ไม่สามารถจัดได้ การพัฒนาชมรมจึงมีบทบาทในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะส่งผลถึงการพัฒนาเด็ก พัฒนาความรู้ของครูผู้ดูแลเด็กให้เต็มที่และทั่วถึง”
กระทั่งในปี 255……ได้นำโครงการของชมรมเข้าไปอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัดอีกด้วย ทำให้ทางชมรมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกได้เต็มที่
ชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรังจะทำโครงการของบ อบจ.ทุกปี ซึ่งการใช้งบประมาณที่ อบจ. สนับสนุนมีขั้นตอนคือ ทางชมรมระดับจังหวัดจะให้ทางชมรมระดับอำเภอใน 10 อำเภอ เขียนโครงการเสนอขึ้นไปสู่คณะกรรมการชุดใหญ่ จากนั้นจะมีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วนก็ควรทำก่อน โดยอยู่ภายใต้ปฏิทินการปฏิบัติงานประจำปี
“เช่นอำเภอปะเหลียนอยากทำเรื่องหลักสูตร ก็นำเสนอมา เป็นต้น”
ซึ่งในปีนี้ทางชมรมได้ประสานงานเรื่องงบประมาณในการจัดกิจกรรม อบรม สัมมนา ดูงานซึ่งทางอบจ.ตรัง ได้ตั้งงบมาให้ชมรมจำนวน 600,000 บาท การดำเนินงานที่กล่าวได้ว่ามีความโดดเด่นและน่าภาคภูมิใจก็คือการจัดประชุมสามัญประจำปีของชมรม ทุกปี ซึ่งทางชมรมจะเชิญบุคคลระดับกรม หรือรองอธิบดีมาเป็นประธานในพิธี เช่นการประชุมสามัญประจำปีของชมรมเมื่อปีที่แล้ว มีรองอธิบดีกรมปกครองส่วนท้องถิ่น (คุณวสันต์ วัชโรทร) มาเป็นประธานในพิธี
“กิจกรรมในวันประชุมจะมีทั้งวัน โดยช่วงกลางวันจะเชิญเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาให้ความรู้ และไขข้อข้องใจให้กับผู้ดูแลเด็กที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบทบาทของตนเองภายใต้การถ่ายโอน หรือใครต้องการสอบถามเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานภาพของตนเอง สวัสดิการ การพัฒนาตนเองก็สามารถใช้ประโยชน์จากเวทีประชุมใหญ่สามัญได้ นอกจากนั้นจะมีการชี้แจงถึงค่าใช้จ่ายประจำปี ตลอดจนผลการการดำเนินงานของชมรมภายในรอบปี และช่วงเย็นจะมีการเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ มีการแสดงของสมาชิกชมรมจากอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกชมรมด้วยกัน”
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือแม้ทางชมรมจะได้รับการสนับสนุนจากอบจ.แล้วก็ตาม แต่สมาชิกชมรมซึ่งปัจจุบันมีอยู่จำนวน 476 คนก็ร่วมสมทบทุนทุกครั้งเมื่อมีกิจกรรมโดยเฉพาะการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในแต่ละครั้งสมาชิกจะร่วมสมทบคนละ 200 บาท
“ซึ่งเป็นความเต็มใจของสมาชิก ทำให้เขามีความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่า เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งก็จะได้ประโยชน์กับสมาชิกเอง”
ครูอี๊ดบอกว่าส่วนหนึ่งที่ได้คุยกับอบจ.แล้วเขาเห็นด้วยกับแนวทางในการให้การสนับสนุนงบประมาณก็คือการได้เห็นการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของชมรมมาโดยตลอด รวมทั้งการช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองของชมรม
ชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรัง เป็นชมรมเครือข่ายระดับเขต 12 (7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง) มีศน.ทัศณี กิ้มเฉี้ยง (ศน.เทศบาลตรัง)เป็นที่ปรึกษาชมรม มีคณะกรรมการชมรม 41 คน ปัจจุบันมีสมาชิกชมรม 10 อำเภอ จำนวนสมาชิก 476 คน ซึ่งมีทั้งสมาชิกชมรมที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสังกัดสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จังหวัดตรัง
วัตถุประสงค์โดยทั่วไปของชมรม ก็เพื่อพบปะสังสรรค์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสมาชิกชมรมและเครือข่าย และหน่วยงานต่างๆ ได้มารับทราบปัญหา และแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกชมรมทุกอำเภอได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้เพื่อที่จะนำมาสู่งานพัฒนาเด็ก
และเพื่อรับนโยบายต่างๆ เกี่ยวกับงานศูนย์เด็กเล็กในอนาคต
เช่นการจัดกิจกรรมของชมรมผู้ดูแลเด็กระดับจังหวัดจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือสมาชิก ในการพัฒนาบุคลากร โดยจัดอบรม ให้ความรู้ทางวิชาการแก่สมาชิกโดยเชิญหัวหน้าฝ่ายระดับสูงที่เกี่ยวข้องมาพบปะสมาชิก นำสมาชิกชมรมไปศึกษาดูงานปีละ 1 ครั้ง
จัดทำทำเนียบ เพื่อให้สมาชิกชมรมติดต่อสื่อสารกัน
จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี และจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ รวมทั้งการระดมทุนเพื่ออบรมให้ความรู้แก่สมาชิก ให้การช่วยเหลือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดที่ประสบภัย เช่น ในสามจังหวัดภาคใต้
และมีการจัดตั้งฌาปนกิจศพ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิก เป็นต้น
ครูอี๊ดบอกว่าสมาชิกชมรมได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการศึกษาปฐมวัย เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้สมาชิกของชมรมได้รับการศึกษาระดับปริญญาโท (ครุศาสตร์มหาบัณฑิต) เอกบริหารการศึกษา จำนวน 15 คน ซึ่งเป็นโครงการพิเศษระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับม.ราชภัฏสวนดุสิต และสำเร็จการศึกแล้ว 2 คน
ส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรังมีความโดดเด่นในหลายๆด้านก็คือ ครูอี๊ดมักใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์มาใช้ในการแก้ไขปัญหา เช่น กรณีผู้ดูแลเด็กบางคนยังไม่ได้รับสิทธิ์ในการทำประกันสังคม ครูอี๊ดจะนำหนังสือมาให้ดูเพื่อยืนยันว่าผู้ดูแลเด็กมีสิทธิ์ แล้วให้ไปยืนยันกับต้นสังกัดของตนเองต่อไป
ปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กบ้านห้วยนาง มีเด็กจำนวน 323 คน และมีครูจำนวน 19 คน และมีรถรับส่งเด็กนักเรียน(จากข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง)ได้พัฒนาศูนย์ของตนในหลายๆด้านตลอดมา จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครอง
“เช่นในปีสี่หนึ่ง ทางศูนย์มีโครงการบัณฑิตน้อย รับเด็กตั้งแต่อายุสามถึงหกปี เมื่อเด็กจบจากศูนย์แล้วสามารถเข้าเรียนต่อประถมหนึ่งที่โรงเรียนอื่นได้เลย”
และสมาชิกชมรมผู้ดูแลเด็กระดับอำเภอและจังหวัด สนับสนุนให้ครูอี๊ดดำรงตำแหน่งประธานชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรัง ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน
ในอนาคตสิ่งที่ชมรมระดับจังหวัดอยากทำต่อคือการจัดกิจกรรมด้านสวัสดิการ คือการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งครูอี๊ดมีประสบการณ์จากการทำสหกรณ์ออมทรัพย์ภายในศูนย์ของตนเองมาแล้ว ซึ่งขณะนี้มีวงเงินประมาณ 900,000 บาท (เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2550)
โดยมีเงื่อนไขคือฝากได้แต่ถอนไม่ได้ แต่มีสิทธิ์กู้ยืมได้ และเสียดอกเบี้ย 1%
“สิ่งที่อยากทำต่อจากนั้นก็คือการจัดตั้งสมาคมชมรมผู้ดูแลเด็กจังหวัดตรังขึ้น และต่อไปจะปรับวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีมาเป็นวันที่ 16 มกราคม ของทุกปีเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมวันครูได้อีกกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งจะถือโอกาสได้ทำพิธีแสดงมุทิตาจิตต่อบูรพาจารย์คือครูผู้ดูแลเด็กไปด้วย”
