ข่าวนโยบายสาธารณะ
บรม. (บ้าน โรงเรียน มัสยิด) ชุมชนช่วยพัฒนาเด็ก
บรม.( บ้าน โรงเรียน มัสยิด) ชุมชนร่วมพัฒนาเด็ก
พิเชฐ บินหมัดหนี
กรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ประจำมัสยิดดอนขี้เหล็ก
รายงานโดย : วัฒนชัย มะโนมะยา
.... ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดอนขี้เหล็ก แต่เดิมเป็นศูนย์หรับอบรมจริยธรรมเด็กก่อนเกณฑ์ประจำมัสยิด ได้เขียนโครงการขอก่อตั้งในช่วงปี 2535 คือทำการเรียนการสอนอยู่ในมัสยิด ปีแรกๆมีเด็กประมาณ 40-50 คน ต่อมาในช่วงปี 2538-2540 ได้ทำอาคารใหม่ มีครูเพิ่มขึ้นเป็น 4 คนในปัจจุบัน มีเด็กจำนวน 72 คน ทั้งหมดเป็นเด็กมุสลิมในหมู่บ้าน
พิเชฐ บินหมัดหนี หรือบังเชฐ กรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดอนขี้เหล็ก บอกว่าการก่อสร้างศูนย์ใหม่นั้นเป็นที่ดินที่เนื้อที่ 1 ไร่ ได้จากชาวบ้านช่วยกันจัดงานการกุศลและร่วมกันซื้อ
“ในส่วนของอาคาร ในขณะนั้นนายเจือ ราชสีห์ (ปัจจุบันเป็นผู้แทนจังหวัดสงขลา)ได้เข้ามาช่วยผลักดัน โดยขอในนามของมัสยิด ใช้งบประมาณห้าแสนบาทในการจัดสร้าง” เกิดจากแนวคิดของกรรมการมัสยิดเห็นร่วมกันว่าสถานที่คับแคบ ทำให้ลำบากต่อการเรียนการสอน เรื่อง อาคาสถานที่ สภาพแวดล้อมก็ไม่เอื้อให้เด็กสามารถได้เล่นออกกำลังกายได้
“กรรมการศูนย์เด็กก็ดูแลเรื่องเด็ก และทุกเรื่อง มีปัญหาอะไรก็เรียกกรรมการมาคุยกันได้เลย”
บังเชฐบอกว่ากรรมการบริหารศูนย์จำนวน 13 คนทั้งหมดเป็นคนในหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 คัดเลือกแต่งตั้งขึ้นมา การทำงานก็เรียกประชุม มีการลงมติ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการทำงานแบบคนกันเอง คุยกันง่าย เช่นจะจัดงานวันเด็ก แข่งกีฬาสี จะต่อเติมอาคาร ขาดเรื่องงบประมาณอยู่ อย่างน้อยก็ให้มารับรู้รับทราบก่อนดำเนินการ
โดยมีศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยว และสอดแทรกในการทำงาน
“ มีการอบรมด้านศาสนาให้เด็ก ก่อนเข้าห้อง ด้วยวิธีการแบบให้ร้องเพลง นับชื่อท่องชื่อศาสดา เป็นการสร้างความคุ้นเคย ปลูกฝังความจำไว้ตั้งแต่เล็กๆ” การทำงานของคณะกรรมการราบรื่น ปัญหาอุปสรรคไม่มี บังเชฐบอกเพราะ..ถ้าหญ้ารก ตัดเอง งานเล็กๆน้อยๆอันไหนทำได้ก็ทำเอง ในฐานะเลขากรรมการมัสยิดส่วนหนึ่งก็เป็นการทำงานให้มัสยิดช่วยมัสยิดไปด้วย
“ถามว่าเทศบาลช่วยได้ไหม ช่วยได้บางส่วน...แต่ไม่มีทุนจะทำอะไร สี่พันห้าพัน หมื่นครึ่งหมื่น พี่น้องบริจาค...ให้กับการศึกษาของเด็กได้ แต่ถ้าในส่วนของโครงการใหญ่ๆต้องของบ มีลู่ทางก็จะของบจากผู้แทน เช่นขณะนี้ต้องเอามาทำรั้วทำอาคารเพิ่มเติมก็ได้ขอไปและได้รับอนุมัติโครงการมาแล้ว จำนวนห้าแสนบาท”
แต่สิ่งที่คาดหวังจริงๆคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้อยู่ในหัวใจเป็นอันดับแรก บังเชฐบอกว่าอย่างน้อย เด็กโตขึ้นก็จะคิดถึงคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งต้องใส่ใจแต่เด็กๆ รวมทั้งการรู้จักอยู่ร่วมในสังคม
“แรกๆเด็กจะร้อง ตอนหลังไม่ได้มาโรงเรียนไม่ยอม จะมาเล่นกับเพื่อน ได้ร่วมร้องเพลง วาดรูป กิจกรรมกลางแจ้ง วิ่งเล่นใต้ร่มไม้ ตรงนี้อีกส่วนหนึ่งได้ช่วยผู้ปกครองที่ไปทำงาน ไม่ว่าราชการหรือโรงงาน เจ็ดโมงครึ่งเอาเด็กมาไว้ที่ครู ถึงสี่โมง ไม่ต้องจ้าง ผลก็คือประหยัดเงินทองไปด้วย”
ในวันเวลาเหล่านั้น ก็สอดแทรกเรื่องต่างๆไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็ก เช่นเรื่องภาษาหรือศาสนา บังเชฐบอกทิ้งท้ายว่าการทำศูนย์ไม่ว่าจะอย่างไร อย่างน้อยก็ได้เป็นที่พึ่งพาของชุมชน.