สิ่งแวดล้อม
โรงงานยังแอบปล่อยน้ำเสีย! พลัง 'รัฐ-โรงงาน-ท้องถิ่น' ยังอ่อน 'รักษ์คลองวง' ยังต้องทำงานหนัก
24 เมษายน ที่ผ่านมา อบต.น้ำน้อย และเครือข่ายกลุ่มรักษ์คลองวง จัดงาน ทำบุญประเพณีชักพระเดือน 5 รวมพลคนรักคลองวง ณ ศาลาริมน้ำคลองวง บ้านท่าบ่อโพธิ์ ต.น้ำน้อย อ.เมือง จ.สงขลา
กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ ประเพณีชักพระเดือน 5 การปลูกป่าชายเลน และการเสวนาเรื่อง เราจะฟื้นฟูคลองวงได้อย่างไร ซึ่งผู้ร่วมการเสวนาประกอบด้วย ตัวแทนจากภาครัฐ โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ และตัวแทนประชาชน โดยมี นายสินธพ อินทรัตน์ นายกอบต.ท่าข้าม เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายจำรัส พันธนีย์ กำนันตำบลเกาะยอ อ.เมืองสงขลา กล่าวว่า ไม่ว่าอะไรที่ออกไปจากคลองพะวง ก็จะส่งผลกระทบต่อเกาะยอ โดยเฉพาะกระชังเลี้ยงปลากระพงบริเวณวัดแหลมพ้อ เนื่องจากเกาะยอเลี้ยงปลากระพงที่ได้ชื่อว่า อร่อยที่สุดและมีจำนวนมากที่สุด แต่ตอนนี้ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะเมื่อเทียบกับ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตนเคยได้ยินมาว่า มีปลากระพงตายนับแสนๆ ตัว
"ยังไม่กระทบเท่าไหร่ เพราะน้ำที่คลองวงยังดีกว่าคลองอู่ตะเภาอีก ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนที่คลองวงมีสัตว์น้ำมากมาย ทั้งกุ้ง ปลากระบอก แต่ก่อนนี้หายากเหลือเกิน คิดว่าต่อไปถ้ามีงบประมาณอะไร ก็ควรจะขุดลอกคลองเอาสิ่งโสโครกขึ้นมา เพื่อให้คลองหายตื้นเขิน ซึ่งเราก็ยินดีให้ความร่วมมือด้วยอยู่แล้ว" นายจำรัส กล่าว
นายวิโชติ จงรุ่งโรจน์ ผู้ประสานงานโครงการฟื้นฟูคลองพะวง สำนักงานศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ กล่าวว่า โครงการฟื้นฟูคลองพะวง ได้รับการสนับสนุนจากสหประ ชาชาติ(UNDP) โดยผ่านทางคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ ตัวแทนชาวบ้านมาร่วม ซึ่งเสนอหลายโครงการที่น่าสนใจ อาทิ การขุดลอกคลอง ปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปรับภูมิทัศน์คลองพะวง ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างจิตสำนึกแก่เยาวชน
"เราควรมองภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่ต้นคลองถึงปลายคลอง ถ้ามีแผนฟื้นฟูและพัฒนาโดยใช้ท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ผ่านการสนับสนุนจากภาคีต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชน เช่น โรงงานในพื้นที่ ถ้าเราร่วมกันคิดและกำหนดแผนน่าจะเป็นประโยชน์มาก" นายวิโชติ กล่าว
นายอดิศักดิ์ รัตนะ ปลัด อบต.น้ำน้อย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ที่ผ่านมาปัญหาส่วนหนึ่งมาจากไซนั่ง ซึ่งผิดกฎหมายทำให้น้ำตื้นเขิน และสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุม จนสามารถแก้ปัญหาที่ว่านี้ได้แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนในชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาอยู่แล้ว และปัญหาอีกด้านหนึ่งมาจากประชาชนและน้ำเสียจากโรงงาน
ทั้งนี้ บริเวณพื้นที่รอบๆ คลองพะวงประกอบด้วย หลายโรงงาน เช่น ซีพี,สงขลาแคนนิ่ง,ทักษิณสมุทร,รอยัลแคนนิ่ง ตนเคยเข้าไปดูการบำบัดน้ำเสียของแต่ละโรงงานพบว่าบางโรงงานเป็นระบบปิด ซึ่งน้ำเสียที่ปล่อยออกมาจะไหลเวียนทำความเสียหายอยู่อย่างนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานเหล่านั้น มีระบบการบำบัดที่ดี แต่มักแอบปล่อยออกจากโรงงาน โดยเฉพาะในวันเสาร์ เพราะเป็นวันที่หน่วยงานราชการปิดทำการ สรุปคือ เราต้องดำเนินการพร้อมกันในหลายๆ ด้าน เช่น ปลูกป่า เสี้ยงสัตว์น้ำตัวเล็กๆ และ โรงงานให้ความร่วมมือด้วยการปฏิบัติให้ถูกต้อง
นางศาณี ทิพย์ทะเบียนการ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 45 เป็นต้นมา รัฐให้ความสนใจด้านการดูแลต้นน้ำ รวมทั ้งน้ำที่ปล่อยจากออกโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โรงงานเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากขึ้น
"ที่จริงเราทำงานร่วมกับคลองอู่ตะเภามานานแล้ว แต่ที่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี บางเรื่องเราไปรอภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดในด้านต่างๆ คิดว่าการแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องเริ่มจากปลุกจิตสำนึกเยาวชน หรืออาจเอาโรงงาน แต่ละแห่งมาล่องเรือที่คลองพะวง เพื่อให้ทุกคนเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน"
นายหวังดี บินดุเหล็ม นายก อบต.พะวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาอยู่ที่คนทั้งหมด เมื่อมีกฎหมายออกมาใช้บังคับซึ่งคนน่าจะฝ่าฝืนได้ยาก แต่ก็อยู่ที่การนำไปใช้ของคนด้วย บวกกับจิตสำนึกของผู้ประกอบการ ทำอย่างไรให้เขาอยู่ได้และคนในชุมชนก็อยู่ได้ ถ้าผู้ประกอบการคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ปัญหาก็จะตามมา ซึ่งในส่วนของพะวงตนจะรับไปดำเนินการ โดยอาจจะเข้าถึงผู้ประกอบการทุกแห่ง ผ่านทางการประชุมร่วมกัน ตนเข้าใจว่าน้ำที่มีปัญหาไม่ได้เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด เพราะส่วนหนึ่งมาจากหมู่บ้านจัดสรร ชุมชนแออัด เป็นต้น
นายทินวัฒน์ อภิชาติโต ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรม โรงงานสงขลาแคนนิ่ง กล่าวว่า พวกตนส่วนหนึ่งก็เป็นลูกหลานของคนแถวนี้ สิ่งที่เราพยายามทำคือ จะพยายามทำให้ดีกว่ากฎหมาย เพราะเราอยากเห็นบ้านของเราทุกคนอยู่ได้ ซึ่งตอนนี้แนวโน้มในการแก้ปัญหาคลองพะวงก็ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทมีนโยบายที่จะแสดงความรับผิดชอบในส่วนนี้
ด้าน นายสงบ บุญเลิศ รองนายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า ทาง อบจ. ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องปัญหาน้ำในคลองพะวง เพราะ อบจ. จะดูแลในภาพรวมของทั้งจังหวัด ไม่ได้แยกว่าเป็นคลองพะวงหรือคลองอื่นๆ แต่ตนคิดว่าควรจะช่วยกันหาวิธีการที่จะช่วยให้น้ำในคลองพะวงกลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่ง อบจ.สงขลา มีงบประมาณในการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมไว้พร้อมแล้ว ประมาณ 20 ล้านต่อปี เพราะเป็นนโยบายข้อหนึ่งที่จะดูแลในส่วนนี้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการเสนอรายงานเข้ามายัง อบจ. ด้วย
โดย Focus Team