เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพภาคใต้ - South Healthy Public Process Network

กิจกรรม

เยาวชนตรัง-นครฯ เรียนรู้นโยบายรัฐ

by so @May,16 2006 22.58 ( IP : 203...241 ) | Tags : กิจกรรม
photo  , 230x173 pixel , 16,220 bytes.

กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์สัมพันธ์ตรัง


ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่กำลังรุมเร้าในขณะนี้ เยาวชนทั่วประเทศได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและนำเสนอทางออก สำหรับ จ.ตรัง ก็มี “กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์สัมพันธ์ตรัง” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของนักเรียนมัธยมศึกษาและนักศึกษาอาชีวะ พวกเขาเป็นอีกกลุ่มที่ตื่นตัวเรียนรู้ปัญหา และระดมความคิดเห็นถึงแนวทางที่ตัวเองจะมีส่วนร่วมแก้ปัญหาได้

เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์สัมพันธ์ตรัง ร่วมด้วยโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา ได้จัด “การอบรมสัมมนาเยาวชนเรื่องนโยบายสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น” ณ โรงเรียนเทศบาล 6 จ.ตรัง โดยมีเยาวชนจากหลายอำเภอใน จ.ตรัง รวมทั้งกลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าเขาพระทอง จ.นครศรีธรรมราช เข้าร่วมประมาณ 80 คน

“เยาวชนมีโอกาสเรียนรู้นโยบายสาธารณะน้อย และยังรับรู้ข้อมูลด้านบวกเพียงด้านเดียว ทำให้มีความรู้ไม่รอบด้าน จึงได้จัดกิจกรรมอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มความรู้ เกี่ยวกับแนวทางที่แท้จริงของนโยบายว่าส่งผลอะไรบ้าง และสามารถคาดการณ์แนวทาง ทำนายอนาคตของประเทศว่าควรเป็นอย่างไร หวังว่าเยาวชนที่เข้าร่วมอบรมจะมีความรู้มากกว่าเยาวชนคนอื่น และสามารถถ่ายทอดได้ รวมทั้งนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติตามความสามารถ” สำราญ สมาธิ ที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนอนุรักษ์สัมพันธ์ตรัง ซึ่งเป็นผู้จัดกิจกรรม กล่าวถึงวัตถุประสงค์และความคาดหวังในการจัดงาน

อย่างไรก็ตามการนำเยาวชนมาเรียนรู้นโยบายไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แรกๆ ผู้จัดก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อได้เห็นความตั้งใจของเยาวชนแต่ละคนก็โล่งใจไปตามๆ กัน สำหรับแรงจูงใจในการเข้าร่วมสัมมนา เยาวชนหลายคนรวมทั้ง อภิสิทธิ์ รามมณี เยาวชน จ.นครศรีธรรมราช บอกว่าอยากพบเพื่อนใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกับเพื่อน ซึ่งแต่ละคนมากันคนละที่ คนละอำเภอ คนละจังหวัด อยู่โซนเขาบ้าง โซนเมืองบ้าง โซนเลบ้าง

กิจกรรมเริ่มโดย ศยามล ไกรยูรวงศ์ ผู้ประสานงานโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกวิทยา เปิดเวทีแลกเปลี่ยนโดยการแบ่งกลุ่มย่อยให้เยาวชนวิเคราะห์บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เช่น เรื่องข้าวกับเอฟทีเอ, แนวคิดสังคมนิยม, การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย แล้วนำเสนอการวิเคราะห์และร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงใหญ่

ชัยวุฒิ คำอ้าย ตัวแทนกลุ่มที่วิเคราะห์ประเด็นข้าวกับเอฟทีเอ นำเสนอว่า การทำเอฟทีเอทำให้การส่งออกข้าวไม่ต้องเสียภาษี ทำให้ข้าวที่ส่งไปขายต่างประเทศมีราคาลดลง เป็นที่ต้องการของตลาดโลก รัฐบาลจึงส่งเสริมให้ชาวนาผลิตข้าวมากขึ้น ขณะที่ชาวนากำลังมีปัญหาหนี้สินจากการผลิตข้าว และรัฐยังไม่มีมาตรการการลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งเปิดโอกาสให้ต่างประเทศเข้ามาจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าวของไทยที่มีเหลืออยู่น้อยมาก ต่อไปพวกเราจะไม่มีสิทธิครอบครองพันธุ์ข้าวของไทย และชาวนาจะต้องยากจนลงไปอีก

ต่อมา วีรวัธน์ ธีรประศาสน์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์และนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมว่า ทรัพยากรเสื่อมโทรมเพราะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตอบสนองด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก นอกจากนี้ยังเกิดจากจุดอ่อนของภาครัฐ คือ การจัดการทรัพยากรแบบผูกขาด ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม อีกทั้งมองว่าคนที่จะมาจัดการทรัพยากรต้องผ่านการศึกษาในหลักสูตร จึงละเลยภูมิปัญญาท้องถิ่น ยิ่งไปกว่านั้นยังมองว่าชาวบ้านเป็นคนทำลายป่า ซึ่งจริงๆแล้วถ้ามองในด้านกลับกันจะสังเกตได้ว่าในขณะที่ป่าไม้ลดลง โรงเลื่อยก็เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับภาคประชาชนก็มีจุดอ่อนด้วย คือ ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาได้หายไปจากชุมชน เพราะถูกระบบการศึกษาไทยทำลาย ทำให้คนรุ่นใหม่เชื่อความรู้จากตำราเรียนมากกว่า อีกทั้งประชาชนมุ่งเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยเข้าสู่ระบบพึ่งพาผู้อื่น จนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และชุมชนก็แตกแยก ไม่เป็นเอกภาพ ไม่สามารถสร้างรูปแบบการจัดการของตัวเองได้

ดังนั้น ทางออกของภาคประชาชนคือต้องมีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลตลอดจนการจัดการทรัพยากร ซึ่งการมีส่วนร่วมมี 5 ระดับ คือ การรับรู้ข้อมูล การเสนอความคิดเห็น การเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการจัดการทรัพยากรด้วยตนเอง หากมีส่วนร่วมในระดับ 5 ได้จะเป็นการดีมาก ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลไม่ใช่ใช้อารมณ์ความรู้สึก

หลังจากนั้น วิทยากรได้เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนและสอบถามถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมใน จ.ตรัง ซึ่งเยาวชนทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้เล่าถึงปัญหาของตัวเอง เช่น กรณีการขุดลอกคูคลองที่ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ตามวัตถุประสงค์ และมีการเสนอให้เพื่อนเยาวชนมีบทบาทในการตรวจสอบนโยบายและการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ด้านนายแพทย์จำรัส สรพิพัฒน์ ผู้ประสานงานสมัชชาตรัง วิทยากรอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าปัญหาของประเทศไทยเกิดจากการคอรัปชั่นเป็นหลัก ภาคประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร เนื่องจากรับข้อมูลเท่าที่หน่วยงานจะเปิดเผยผ่านสื่อกระแสหลัก จึงจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังให้เยาวชนมีจริยธรรม ตระหนักที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน และร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อท้องถิ่น สำหรับเยาวชนที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากรอยู่แล้ว เช่น กลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าเขาพระทอง ก็อยากให้กำลังใจ หากผู้ใหญ่คนไหนไม่สนับสนุนก็อย่าไปสนใจ ให้ทำงานกันต่อไป

วิทยากรคนสุดท้าย สัญญา รักขพันธ์ เจ้าหน้าที่โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศวิทยา ได้กล่าวในประเด็นแผนพัฒนาภาคใต้ ว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 9 ฉบับที่ผ่านมามุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนนหนทาง เขื่อน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับภาคใต้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาหลายกรณี เช่น เขื่อนบางลาง เขื่อนเชี่ยวหลาน อีกทั้งมีแผนที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานอีกมากมายเพื่อรองรับโรงงานอุตสาหกรรม ในส่วนของ จ.ตรัง มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทาน โดยจะมีการสร้างเขื่อนหลายเขื่อน และมีการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ตัวเมือง โดยการขุดลอกแม่น้ำและขุดคลองผันน้ำในลุ่มน้ำตรังและลุ่มน้ำปะเหลียน

ปิดท้ายการสัมมนา โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก หลายคนบอกว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดต่อ

นุสรา แซ่โค้ว เยาวชน จ.ตรัง เล่าว่า การมาสัมมนาเป็นโอกาสที่จะได้เข้ามารับรู้สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อท้องถิ่น เมื่อทราบถึงข้อมูลแล้วจะนำไปต่อยอด โดยพิจารณาความถนัดของตัวเองว่าสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับมาให้กับผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง อาจจะเป็นการเขียนจดหมาย ข่าว การพูดบอกกล่าวคนใกล้ชิด หรือหากมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมโดยพูดคุยกับเพื่อนๆ ก็สามารถถ่ายทอดสิ่งที่เราต่อยอดความคิดของเราต่อไปได้ และอาจมีส่วนร่วมในบทบาทอื่นๆ เช่น การมีส่วนร่วมในนโยบายท้องถิ่น

ส่วน อภิชาติ ทองเสน ประธานกลุ่มเยาวชนคนรักษ์ป่าเขาพระทอง บอกว่า “คิดว่าเยาวชนจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่าของภาครัฐ แล้วช่วยกันนำเสนอถึงความต้องการของชาวบ้าน ตลอดจนมีส่วนร่วมตัดสินใจเมื่อมีโอกาส บางครั้งผู้ใหญ่ก็มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ ซึ่งต่างจากเด็กที่ทำอะไรก็ทำด้วยใจรัก ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

ฟังเยาวชนพูดแล้วพลอยชื่นใจ ใครว่าคนรุ่นใหม่สนใจแต่เรื่องตัวเองอาจจะต้องเปลี่ยนความคิด และหันมาสนับสนุนพลังสีขาวซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ สำหรับผู้ใหญ่ที่ยังนั่งอยู่เฉยๆ แถมบางคนยังสร้างปัญหาเสียเองไม่อายเด็กบ้างก็ให้มันรู้ไป

Comment #1
0^rgo0i
Posted @May,21 2006 21.45 ip : 61...229

Comment #2
01
Posted @November,16 2007 19.01 ip : 124...179

Comment #3
ยส่รส
Posted @January,02 2008 20.43 ip : 222...58

แสดงความคิดเห็น

« 8957
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง